สนุกปากวันนี้ อนาคตดับ! กลุ่มแชทแฉเอารูปคนมาด่ากัน เสี่ยงคดีหมิ่นประมาท

ปกข่าว กลุ่มแชทแฉ เตือนผู้ปกครองสุรินทร์

สนุกปากวันนี้ อนาคตดับ! กลุ่มแชทแฉเอารูปคนมาด่ากัน เสี่ยงคดีหมิ่นประมาท

สมาชิกกลุ่มเฟซบุ๊ก “อาหารสุรินทร์” ซึ่งแสดงชื่อบัญชีแบบไม่ระบุตัวตน ได้โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 เวลาประมาณ 10.27 น. ฝากถึงผู้ปกครองในจังหวัดสุรินทร์ให้ช่วยสอดส่องบุตรหลาน หลังพบว่ามีการตั้งกลุ่มแชทเพื่อนำภาพของคนที่ไม่ชอบมาลงและด่ากันในกลุ่ม พร้อมแนบภาพแคปหน้าจอรายชื่อกลุ่มแชทที่ระบุชื่อกลุ่มว่า “แฉสุรินทร์” และแสดงจำนวนสมาชิก 3,831 คน

โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจในกลุ่มอย่างกว้างขวาง โดย ณ เวลาที่ทีมข่าวอ่านข้อมูล มีผู้กดรีแอกชัน 178 ครั้ง แสดงความคิดเห็น 43 รายการ และแชร์ต่อ 14 ครั้ง

แคปหน้าจอรายชื่อกลุ่มแชทที่โพสต์ต้นทางแนบมา แสดงชื่อกลุ่ม “แฉสุรินทร์” และจำนวนสมาชิก 3,831 คน
แคปหน้าจอรายชื่อกลุ่มแชทที่โพสต์ต้นทางแนบมา แสดงชื่อกลุ่ม “แฉสุรินทร์” และจำนวนสมาชิก 3,831 คน — ภาพ: แคปหน้าจอจากโพสต์ต้นทาง (แตะภาพเพื่อเปิดขนาดเต็ม)

โพสต์ว่าไว้อย่างไร

“ฝากผู้ปกครองในสุรินทร์ช่วยสอดส่องลูกหลานด้วยนะคะ ช่วงนี้เห็นสร้างกลุ่มแฉ เอารูปคนที่ไม่ชอบมาลงด่ากันสนุกปาก พ.ร.บ.คอมฯ และคดีหมิ่นประมาทค่าปรับมันแพงมากนะ พิมพ์เอาสนุกวันนี้ อนาคตดับได้เลย คิดดีๆ ก่อนทำอะไรลงไปค่ะ เตือนด้วยความหวังดี”

ข้อความข้างต้นเป็นถ้อยคำในโพสต์ต้นทางทั้งหมด ผู้โพสต์ไม่ได้ระบุชื่อผู้เสียหาย ชื่อกลุ่มที่ถูกกล่าวถึงโดยตรง หรือวันที่เกิดเหตุที่ชัดเจน และไม่ได้ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ใด

โพสต์แบบนี้ผิดกฎหมายอะไรได้บ้าง

บทความอธิบายกฎหมายของสำนักทนายความแห่งหนึ่ง สรุปโทษของความผิดที่มักเกิดพร้อมกันจากการโพสต์ด่าหรือใส่ความผู้อื่นไว้ดังนี้

  • หมิ่นประมาททั่วไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 คือการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สามจนน่าจะทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามมาตรา 328 ใช้กับการโพสต์ แชร์ หรือโพสต์คลิปที่คนจำนวนมากเห็น มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท
  • ดูหมิ่นซึ่งหน้าหรือด้วยการโฆษณา ตามมาตรา 393 ใช้กับกรณีด่าด้วยคำหยาบโดยไม่ได้กล่าวหาเรื่องใด มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท
  • ตัดต่อหรือดัดแปลงภาพผู้อื่น ให้เสียชื่อเสียงหรืออับอาย ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 16 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท

ตัวเลขทั้งหมดเป็นอัตราโทษสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด ศาลจะกำหนดโทษจริงตามพฤติการณ์ของแต่ละคดี

จุดที่โพสต์กับคำอธิบายทางกฎหมายไม่ตรงกัน

โพสต์ต้นทางเขียนรวมว่าเป็นเรื่องของ “พ.ร.บ.คอมฯ และคดีหมิ่นประมาท” แต่บทความกฎหมายดังกล่าวระบุชัดว่า นับตั้งแต่การแก้ไขพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 การโพสต์หมิ่นประมาทบุคคลไม่เป็นความผิดตามมาตรา 14 (1) ของกฎหมายฉบับนั้นอีกแล้ว แต่ยังคงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาเช่นเดิม ส่วน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ยังใช้กับกรณีตัดต่อภาพ ตามมาตรา 16 และการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จตามมาตรา 14

อีกจุดที่ควรรู้คือ ข้อความในกลุ่มแชทหรือในเพจที่คนอื่นเข้าถึงได้ เข้าข่าย “ต่อบุคคลที่สาม” ตามความหมายของหมิ่นประมาท เพราะมีคนอื่นได้รู้ได้เห็น ไม่ใช่การส่งข้อความถึงเจ้าตัวคนเดียวในแชทส่วนตัว และแม้ไม่เอ่ยชื่อ หากคนอ่านรู้ว่าหมายถึงใคร ก็อาจเป็นความผิดได้

ถ้าถูกนำภาพไปด่าในกลุ่ม ต้องทำอย่างไร

  1. เก็บหลักฐานทันที แคปหน้าจอให้เห็นข้อความ ชื่อบัญชี วันที่ เวลา จำนวนคนที่เห็นหรือแชร์ และคัดลอกลิงก์โพสต์เก็บไว้ เพราะโพสต์ถูกลบได้ทุกเมื่อ
  2. แยกให้ออกว่าเป็นข้อเท็จจริงหรือคำวิจารณ์ คำวิจารณ์ที่สุจริตตามมาตรา 329 และข้อความที่พิสูจน์ได้ว่าจริงตามมาตรา 330 มีข้อยกเว้นทางกฎหมาย แต่ต้องให้ทนายเป็นผู้ประเมินจากถ้อยคำจริง
  3. ร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน เพราะหมิ่นประมาทเป็นความผิดอันยอมความได้ ตามมาตรา 333 ต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำ มิฉะนั้นคดีอาญาจะขาดอายุความ
  4. แจ้งแพลตฟอร์มให้ตรวจสอบหรือลบเนื้อหา ควบคู่ไปกับการดำเนินคดี และไม่ตอบโต้ด้วยถ้อยคำรุนแรง เพราะอาจกลายเป็นผู้ถูกฟ้องเสียเอง

นอกจากคดีอาญา ผู้เสียหายยังเรียกค่าเสียหายทางแพ่งฐานละเมิดได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423 และขอให้ศาลสั่งให้ผู้กระทำให้การเพื่อกู้ชื่อเสียงคืนตามมาตรา 447 โดยต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ต้องรับผิด

ข้อจำกัดของข้อมูลข่าวนี้

โพสต์ต้นทางไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้ดูแลกลุ่มในภาพ ไม่ได้ระบุว่ากลุ่มในภาพคือกลุ่มที่มีการโพสต์ภาพและด่ากันจริงหรือไม่ และไม่ได้ระบุวัน เวลา หรือสถานที่เกิดเหตุที่ชัดเจน ภาพที่แนบเป็นแคปหน้าจอรายชื่อกลุ่มแชท จึงใช้ยืนยันได้เพียงว่ามีกลุ่มชื่อนี้และมีจำนวนสมาชิกตามที่ภาพแสดง ไม่ใช่หลักฐานว่ากลุ่มดังกล่าวกระทำความผิด และยังไม่มีหน่วยงานใดออกมาแถลงเกี่ยวกับกรณีนี้ในแหล่งที่ทีมข่าวอ่าน

แล้วบ้านเราล่ะ

สำหรับผู้ปกครองในสุรินทร์ กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจเรื่องเดียวกับที่หลายจังหวัดเจอ คือช่องแชทที่ตั้งขึ้นเพื่อ “แฉ” กันอาจกลายเป็นพื้นที่ด่าทอที่เด็กและผู้ใหญ่ปนกัน และเมื่อข้อความถูกโพสต์ต่อหน้าคนจำนวนมาก ความสนุกชั่วครั้งอาจกลายเป็นคดีที่ติดตัวไปถึงอนาคต การคุยกับบุตรหลานเรื่องการโพสต์ภาพผู้อื่นและคำพูดในกลุ่ม จึงเป็นเรื่องที่ทำได้ก่อนเกิดปัญหา

ที่บ้านพี่น้องมีใครเคยเจอเรื่องถูกโพสต์ด่าในกลุ่มแบบนี้บ้างไหมครับ และคิดว่าผู้ปกครองควรรับมืออย่างไรดี

ที่มา: โพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊ก “อาหารสุรินทร์” วันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 · บทความอธิบายกฎหมายของสำนักทนายความ เรื่อง “โพสต์ด่าในโซเชียลผิดหมิ่นประมาทไหม”

Share this content:

เกี่ยวกับผู้เขียน

ปกติเป็นคน introvert แต่จะ Extrovert เมื่ออยู่กับเพื่อนในวงเล่า มีจิตนาการสูง ภูมิต้านทานต่ำ

You May Have Missed