ทลายโกดังสินค้าปลอมบางบอน ยึดของกลางกว่า 1.5 หมื่นชิ้น รวบแรงงาน 9 คน
ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลบางบอน ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา และตัวแทนเจ้าของผลิตภัณฑ์ เข้าตรวจสอบโกดังต้องสงสัยว่าใช้ผลิตและบรรจุสินค้าปลอมแปลงเครื่องหมายการค้า บริเวณถนนบางบอน 5 แยก 10 แขวงบางบอนเหนือ เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 หลังได้รับแจ้งจากผู้แทนเจ้าของเครื่องหมายการค้าว่ามีการนำสินค้าปลอมออกจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์
ที่เกิดเหตุเป็นโกดังชั้นเดียวท้ายซอย
ที่เกิดเหตุเป็นโกดังชั้นเดียว ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในซอยประมาณ 150 เมตร และมีรั้วรอบขอบชิด ภายในพบผู้ถูกควบคุมตัว 9 คน ประกอบด้วยแรงงานสัญชาติเมียนมา 8 คน เป็นหญิง 4 คน ชาย 4 คน และชายสัญชาติจีน 1 คน กำลังนั่งแพ็กสินค้าใส่กล่องพัสดุเพื่อเตรียมส่งให้ลูกค้า

ของกลางกว่า 15,000 ชิ้น
เจ้าหน้าที่ตรวจยึดสินค้าที่ปลอมแปลงเครื่องหมายการค้าไว้เป็นของกลางกว่า 15,000 ชิ้น ในจำนวนนี้ครอบคลุมยาสระผม ยาสีฟัน ครีมอาบน้ำ ครีมบำรุงผิว และน้ำหอมของหลายแบรนด์ที่คนไทยใช้กันทั่วไป พร้อมกันนั้นยังพบสลากแปะข้างขวดและกล่องพัสดุกว่า 1,000 กล่องที่เตรียมส่งลูกค้า กับพัสดุที่ถูกตีกลับอีกหลายรายการ

เจ้าหน้าที่ชี้สินค้าขายผ่านติ๊กต็อกและช็อปปี้
ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลบางบอน เปิดเผยว่า โกดังแห่งนี้มีการนำขวดเปล่าที่บรรจุสินค้าแล้วมาปิดฉลากข้างขวดเพื่อให้ดูเหมือนผลิตภัณฑ์ของแบรนด์จริง แล้วจำหน่ายให้ลูกค้าทางช่องทางติ๊กต็อกและช็อปปี้ทั่วประเทศ โดยมีเจ้าของโกดังเป็นชาวจีน ซึ่งขณะนี้เดินทางออกไปนอกประเทศแล้ว
นอกจากสินค้าประเภทเครื่องใช้ส่วนตัวแล้ว เจ้าหน้าที่พบแชมพูที่ใช้แบรนด์ของโรงพยาบาลศิริราชถูกปลอมแปลงเครื่องหมายการค้าด้วย ซึ่งอยู่ระหว่างประสานให้ทางโรงพยาบาลเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง

เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายเครื่องหมายการค้า
เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า มาตรา 108 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 แสนบาท หรือทั้งจำและปรับ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลเพื่อขอหมายจับเจ้าของที่แท้จริงต่อไป
ทั้งนี้ การควบคุมตัวผู้ถูกกล่าวหายังไม่ใช่คำพิพากษาของศาล ผู้ถูกกล่าวหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด และในรายงานข่าวที่ตรวจอ่านยังไม่มีคำชี้แจงจากฝ่ายผู้ถูกกล่าวหา
ข้อสังเกตสำหรับคนซื้อของออนไลน์
คดีนี้เป็นอีกตัวอย่างที่แสดงว่าสินค้าราคาถูกผิดปกติอาจมาจากแหล่งผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน ผู้ซื้อจึงควรตรวจชื่อร้าน ประวัติการขาย และช่องทางติดต่อที่ติดตามกลับได้ก่อนสั่งซื้อ รวมถึงเก็บหลักฐานการสั่งซื้อไว้เผื่อต้องขอคืนเงิน หากพบว่าสินค้าไม่ได้คุณภาพหรือสงสัยว่าเป็นของปลอม ควรแจ้งแพลตฟอร์มที่ซื้อขายและเก็บภาพสินค้ากับฉลากไว้เป็นหลักฐาน
ที่มา: โพสต์เพจ THAI PRESS (3 พ.ย. 2569) · รายงานเพิ่มเติมจาก มติชนออนไลน์ และ ข่าวสด
Share this content:


