รับจ้างเป็นพ่อ 5,000 บาท ตำรวจขยายคดี “พ่อไทยทิพย์” 46 หมายจับ
เงินค่าจ้างเพียง 5,000 บาท แลกกับการให้ชายไทยลงชื่อเป็นพ่อในเอกสารแจ้งเกิด กำลังนำไปสู่การขยายผลคดีสวมสิทธิสัญชาติไทย หลังมีรายงานว่าผลตรวจดีเอ็นเอผู้ใช้สิทธิทางทะเบียน 24 ราย ไม่พบความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับชายไทยที่ระบุเป็นบิดา
ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ร่วมกับชุด DOPA N.I.C.E. กรมการปกครอง และกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล เดินหน้าปฏิบัติการ “พ่อไทยทิพย์” ระยะที่ 3 โดยมีรายงานการออกหมายจับรวม 46 หมาย เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในเครือข่าย

สอบเส้นทางแจ้งเกิด ขยายผลผู้เกี่ยวข้อง
ตามข้อมูลที่มีการรายงาน ขบวนการใช้วิธีว่าจ้างชายไทยให้รับสมอ้างเป็นบิดาของบุตรชาวต่างชาติ ได้ค่าตอบแทนประมาณ 5,000 บาท ก่อนนำข้อมูลไปใช้ประกอบการแจ้งเกิดและขอสถานะทางทะเบียน
การสืบสวนยังขยายไปถึงเอกสารรับรองการเกิดและขั้นตอนดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชน อย่างไรก็ตาม การมีชื่อสถานพยาบาลปรากฏในเอกสารไม่ได้หมายความว่าบุคลากรหรือโรงพยาบาลทุกแห่งมีส่วนร่วมกระทำผิด ต้องแยกพิจารณาจากพยานหลักฐานเป็นรายกรณี
ปมสัญชาติและธุรกิจ ต้องพิสูจน์แยกเป็นรายกรณี
อีกประเด็นที่ต้องติดตามคือข้อกล่าวหาเรื่องการนำสถานะสัญชาติไทยไปใช้เชื่อมโยงกับการตั้งบริษัท ถือครองทรัพย์สิน หรือดำเนินธุรกิจแทนชาวต่างชาติ ซึ่งต้องพิสูจน์ทั้งเส้นทางเอกสาร ผู้ได้รับประโยชน์ และพฤติการณ์ของแต่ละราย ไม่อาจสรุปว่าผู้มีปัญหาทางทะเบียนทั้งหมดเกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมาย
คดีนี้จึงไม่ได้มีเพียงคำถามว่าใครรับเงินลงชื่อเป็นพ่อ แต่รวมถึงว่าเอกสารผ่านขั้นตอนต่าง ๆ มาได้อย่างไร มีใครช่วยเหลือหรือได้รับประโยชน์ และระบบทะเบียนจะป้องกันการสวมสิทธิซ้ำได้อย่างไร
ขณะเดียวกัน การพิจารณาสถานะทางทะเบียนหรือสัญชาติต้องเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย คำนึงถึงสิทธิเด็กและข้อเท็จจริงของแต่ละบุคคล ไม่เหมารวมว่าเด็กเป็นผู้ร่วมกระทำผิดจากการดำเนินการของผู้ใหญ่
อ้างอิงข้อมูล: Thaiger — รายงานข่าวต้นทาง · สุรินทร์ร้อยแปด เรียบเรียง
Share this content:


