รมว.ดีอี ลงพื้นที่ศีขรภูมิ เปิดงาน AgriNext Surin ดึงเทคโนโลยี AI ยกระดับเกษตรอินทรีย์สุรินทร์สู่สากล
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ลงพื้นที่อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานเปิดงาน “สุรินทร์รุ่งเรือง สู่เมืองเกษตรอินทรีย์ด้วยดิจิทัล AgriNext Surin : Future of Organic Farming” มุ่งเน้นการส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมยกระดับผลผลิตเกษตรอินทรีย์ไทยให้มีขีดความสามารถทางการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน และผลักดันความร่วมมือทุกภาคส่วนสร้างโมเดลต้นแบบการเกษตรยุคใหม่ ณ หอประชุมโรงเรียนศีขรภูมิพิสัย
การจัดงานในครั้งนี้มีขึ้นเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 เวลา 11.00 น. โดยมี นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ หัวหน้าส่วนราชการ บุคลากรครู นักเรียน และพี่น้องประชาชน ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ซึ่งเป้าหมายสำคัญของงาน AgriNext Surin คือการสนับสนุนให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล และสร้างเครือข่ายความร่วมมืออันเข้มแข็งระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา เกษตรกร และผู้ประกอบการเทคโนโลยีการเกษตร เพื่อขับเคลื่อนภาคการเกษตรอินทรีย์ไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง
ย้ำ AI ไม่ได้มาแทนที่คน ชูโครงการ TH-AI Passport ติดอาวุธเกษตรกรไทย
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า โลกในปัจจุบันกำลังก้าวเข้าสู่ยุค AI อย่างเต็มรูปแบบ โดยเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการยกระดับภาคการเกษตรในหลากหลายมิติ ตั้งแต่กระบวนการตรวจวิเคราะห์สภาพดิน การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การคาดการณ์สภาพอากาศ การตรวจสอบโรคพืช ตลอดจนการประยุกต์ใช้อากาศยานไร้คนขับหรือโดรน และการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
รมว.ดีอี ยืนยันว่า ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI จะไม่เข้ามาแทนที่เกษตรกรอย่างแน่นอน แต่จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรทำงานได้อย่างสะดวกรวดเร็ว มีความแม่นยำสูงขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงจากปัจจัยแวดล้อม และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ที่มั่นคงยิ่งขึ้น ดังนั้น การปรับตัวสู่ยุคดิจิทัลจึงไม่ใช่เรื่องของอนาคต แต่เป็นปัจจัยสำคัญเร่งด่วนในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของภาคการเกษตรไทยในปัจจุบัน
ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้วางแนวทางขับเคลื่อนภาคการเกษตรผ่านภารกิจสำคัญ 3 ด้าน ประกอบด้วย:
- การเข้าถึงเทคโนโลยี: มุ่งเน้นการส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าถึงเครื่องมือและนวัตกรรมดิจิทัลที่เหมาะสมกับการใช้งานจริงในพื้นที่
- การพัฒนาทักษะดิจิทัล: การเสริมสร้างทักษะความรู้ด้าน AI ผ่านโครงการ TH-AI Passport ซึ่งเปิดกว้างให้ทั้งเกษตรกร เยาวชน วิสาหกิจชุมชน และประชาชนทุกกลุ่ม สามารถเข้ามาเรียนรู้และนำไปประยุกต์ใช้จริง เช่น การวิเคราะห์ผลผลิต การวางแผนเพาะปลูก การพยากรณ์สภาพอากาศ และการทำการตลาดออนไลน์
- การสนับสนุนผู้ประกอบการและ Startup ไทย: การสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่ส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับเกษตรกรรมของประเทศ
หนุน Local AgriTech Startup สุรินทร์ ดันเป็นโมเดลต้นแบบเกษตรอินทรีย์ดิจิทัล
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ยังระบุถึงการส่งเสริมสตาร์ทอัพในท้องถิ่นว่า กระทรวงฯ พร้อมสนับสนุนการเกิดขึ้นของ Local AgriTech Startup ที่มีความเข้าใจในปัญหา บริบท และภูมิสังคมของพื้นที่อย่างแท้จริง เพื่อนำไปสู่การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์เกษตรกรไทยได้อย่างตรงจุด ช่วยลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ให้แก่คนในท้องถิ่น
ด้าน นายพรชัย หอมชื่น ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า (depa) กล่าวว่า ดีป้าพร้อมขานรับนโยบายดังกล่าวเพื่อร่วมแก้ปัญหาความท้าทายด้านต้นทุนการผลิตและความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ โดยตั้งเป้าหมายให้จังหวัดสุรินทร์เป็นพื้นที่ต้นแบบ (Model) ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้กับเกษตรอินทรีย์อย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ
ดีป้ามีเป้าหมายที่จะต่อยอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายความร่วมมือจากจังหวัดสุรินทร์ไปยังพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันผลักดันให้ภาคการเกษตรไทยสามารถลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตร และมีความพร้อมในการแข่งขันบนระบบเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน
ส่งมอบชุดอุปกรณ์ดิจิทัล สานพลังศูนย์เรียนรู้และชุมชนขับเคลื่อนจริง
ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ยังได้ทำพิธีมอบชุดอุปกรณ์ดิจิทัลเพื่อการเกษตรให้แก่ศูนย์การเรียนรู้เกษตรอำเภอ จำนวน 3 ชุด และกลุ่มเกษตรกรตัวอย่าง จำนวน 2 ชุด เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงปฏิบัติการ
การส่งมอบอุปกรณ์ในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อให้กลุ่มเกษตรกรและศูนย์การเรียนรู้นำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้จริงในการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต พร้อมทั้งพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเกษตรดิจิทัลให้แก่เกษตรกรรายอื่นๆ ในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้มแข็งและขับเคลื่อนภาคเกษตรอินทรีย์ของจังหวัดสุรินทร์ให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง
Share this content: