ผู้ว่าฯ สุรินทร์ นำคณะร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
จังหวัดสุรินทร์ ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศล ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยนายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้นำคณะรองผู้ว่าราชการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ รวมกว่า 52 คน เดินทางเข้าร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธี เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและประชาชนชาวจังหวัดสุรินทร์ตลอดมา
ร่วมเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยคณะรองผู้ว่าราชการจังหวัด ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ รวมกว่า 52 คน ได้เดินทางเข้าร่วมในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายหลังจากที่จังหวัดสุรินทร์ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ
การร่วมพิธีสำคัญในครั้งนี้ถือเป็นวาระแห่งความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงสุดของเหล่าข้าราชการและตัวแทนพสกนิกรชาวจังหวัดสุรินทร์ ที่ได้มาร่วมแสดงความอาลัยและน้อมถวายความจงรักภักดีแด่พระองค์ผู้ทรงอุทิศพระวรกายปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของราษฎรทั่วทุกภูมิภาคของประเทศมาโดยตลอด บรรยากาศภายในพระราชพิธีเป็นไปด้วยความสงบ สำรวม และเปี่ยมล้นด้วยความกตัญญูกตเวทิตาธรรมของคณะผู้แทนจากจังหวัดสุรินทร์ที่มาร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง
น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ โครงการช้างคืนถิ่น และศูนย์ศิลปาชีพ
นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อประชาชนจังหวัดสุรินทร์อย่างหาที่สุดมิได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการอนุรักษ์ช้าง ซึ่งเป็นสัตว์สัญลักษณ์สำคัญของชาติและผูกพันกับชาวสุรินทร์มาอย่างยาวนาน โดยสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงตระหนักถึงปัญหานี้อย่างลึกซึ้ง และทรงสนพระราชหฤทัยในช้างเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งทรงตระหนักว่าทรัพยากรช้างไทยนับวันจะลดลงจนใกล้สูญพันธุ์ไปจากแผ่นดิน ด้วยทรงห่วงใยถึงวิถีชีวิตที่ผิดธรรมชาติของสัตว์ป่า อันเป็นเหตุแห่งการสูญพันธุ์
จากสายพระเนตรอันยาวไกลและความห่วงใยดังกล่าว จึงทรงมีพระราชดำริให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินโครงการอนุรักษ์ช้างป่า และเกิดเป็นโครงการช้างคืนถิ่นอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2540 โดยได้นำร่องอนุรักษ์ช้างกว่า 300 เชือกในจังหวัดสุรินทร์ เพื่อฟื้นฟูดูแลและปกป้องช้างให้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมตามธรรมชาติ
นอกจากนี้ ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ยังได้รับการส่งเสริมโครงการศูนย์ศิลปาชีพ ซึ่งช่วยสร้างอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่ราษฎรในท้องถิ่น อีกทั้งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงยังทรงเคยเสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดสุรินทร์บ่อยครั้ง เพื่อติดตามการดำเนินงานและเยี่ยมเยียนราษฎรอย่างใกล้ชิด โดยในอดีตทรงเคยประทับ ณ พระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งยังคงเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ที่จารึกรอยพระบาทและความผูกพันอันลึกซึ้งระหว่างพระองค์กับชาวสุรินทร์ตราบจนปัจจุบัน
สืบสานพระราชปณิธานและแนวพระราชดำริเพื่อความเจริญผาสุก
ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า พสกนิกรชาวสุรินทร์ต่างน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และพร้อมใจกันเทิดทูนพระองค์เป็นแบบอย่างแห่งการเสียสละและการทรงงานเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน การที่พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการด้วยพระวิริยะอุตสาหะนั้น ล้วนมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของราษฎรทั่วทุกภูมิภาคของประเทศให้มีความมั่นคงและยั่งยืน
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นนี้ ข้าราชการและประชาชนชาวสุรินทร์จึงขอน้อมสืบสานพระราชปณิธานอันแน่วแน่ และร่วมมือร่วมใจกันธำรงรักษาแนวพระราชดำริต่าง ๆ ที่ได้พระราชทานไว้ให้คงอยู่สืบไป ทั้งโครงการอนุรักษ์ช้างและโครงการส่งเสริมอาชีพ เพื่อสร้างความมั่นคง ความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติ และนำพาความผาสุกร่มเย็นมาสู่ประชาชนชาวจังหวัดสุรินทร์และปวงชนชาวไทยสืบไป
Share this content: