ชาวตำบลรามร่วมประชาคม ถกปมขอใช้ที่ดินสาธารณะ 50 ไร่ ทำตลาดนัดโค-กระบือ ท่ามกลางเสียงหนุนและค้าน
อบต.ราม เปิดเวทีประชาคมรับฟังความคิดเห็นประชาชนกว่า 700 คน ถกประเด็นการขอใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์ “ป่าสวาย” 50 ไร่ เพื่อดำเนินโครงการตลาดนัดโค-กระบือ ด้านนายก อบต. ย้ำชัดพร้อมสนับสนุนหากดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมาย ขณะที่บรรยากาศเป็นไปอย่างเข้มข้น มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยเพื่อเศรษฐกิจและฝ่ายคัดค้านเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
เปิดเวทีรับฟังเสียงประชาชนกว่า 700 คน
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 09.30 น. ณ ศาลาอเนกประสงค์ วัดบรมสุข หมู่ที่ 7 บ้านเพี้ยสุข ตำบลราม อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ องค์การบริหารส่วนตำบลราม (อบต.ราม) ได้จัดการประชุมประชาคมเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ในประเด็นการขอใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์
การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายภูมิภัทร เยี่ยมแสง ปลัดอำเภอเมืองสุรินทร์ เป็นประธาน โดยมีคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ประธานกลุ่มตลาดนัดโค-กระบือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็นอย่างเนืองแน่นกว่า 700 คน

รายละเอียดการขอใช้พื้นที่ “ป่าสวายสาธารณประโยชน์”
พื้นที่เป้าหมายในการขอใช้ประโยชน์คือ แปลง “ที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ป่าสวายสาธารณประโยชน์” (หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เลขที่ 16646) ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทพลเมืองใช้ร่วมกัน ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 บ้านสวาย ตำบลราม อำเภอเมืองสุรินทร์ มีเนื้อที่รวมทั้งสิ้น 75 ไร่ 0 งาน 32.7 ตารางวา โดยทางกลุ่มฯ มีความประสงค์ขอใช้ประโยชน์ในที่ดินเพียงบางส่วน จำนวน 50 ไร่ เพื่อดำเนินโครงการตลาดนัดโค-กระบือ ตำบลราม

ชี้แจงความเป็นมาของตลาดนัดโค-กระบือ
นายพิรุณ แก้วพินึก ประธานกลุ่มผู้เลี้ยงโค-กระบือ ตำบลราม ได้ชี้แจงถึงความเป็นมาของตลาดว่า ตลาดแห่งนี้ดำเนินการมาตั้งแต่ยุคนโยบายตลาดประชารัฐของอดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม้จะเปลี่ยนรัฐบาลมาแล้วถึง 2 สมัย ตลาดก็ยังคงดำเนินงานและสร้างประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนในตำบลรามมาโดยตลอด ปัจจุบันมีสมาชิกกลุ่มจำนวนมากและถือเป็นตลาดที่ใหญ่อันดับต้นๆ ของจังหวัดสุรินทร์
เพื่อความถูกต้องตามกฎหมาย ทางกลุ่มฯ จึงได้ดำเนินการยื่นเรื่องขอใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์ตามมาตรา 9 ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ดินได้เข้ามารังวัดพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการทำประชาคมเพื่อสอบถามความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง
จุดยืนของ อบต.ราม เน้นย้ำความถูกต้องตามกฎหมาย
ด้าน นายคำสิงห์ ชอบมี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลราม ในฐานะเจ้าของพื้นที่และเจ้าภาพจัดการประชุม ให้สัมภาษณ์ว่า ส่วนตัวแล้วเห็นด้วยกับการมีตลาด เพราะเป็นการสร้างงานและสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลรักษาพื้นที่สาธารณะ ก่อนหน้านี้จึงจำเป็นต้องสั่งระงับและแจ้งความร้องทุกข์เพื่อให้การดำเนินงานของตลาดเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย
“ตนไม่ได้ขัดข้องแต่อย่างใด หากมีหนังสืออนุญาตที่ถูกต้องจากผู้ว่าราชการจังหวัดให้สามารถใช้พื้นที่ได้” นายคำสิงห์ กล่าวย้ำ

เสียงสะท้อนสองมุม: เศรษฐกิจชุมชน vs การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
บรรยากาศการทำประชาคมเป็นไปอย่างเข้มข้น โดยมีความคิดเห็นแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายอย่างชัดเจน:
- ฝ่ายที่สนับสนุน: มองว่าการนำพื้นที่สาธารณะมาใช้ทำตลาดนั้น เกิดประโยชน์โดยตรงต่อสาธารณะและคนในพื้นที่ ทั้งในแง่การกระตุ้นเศรษฐกิจทางตรงและทางอ้อม จึงต้องการให้ตลาดสามารถเปิดดำเนินการต่อไปได้
- ฝ่ายที่คัดค้าน: ให้ความเห็นว่าต้องการอนุรักษ์พื้นที่สาธารณะดังกล่าวไว้เป็นป่าทำเลตามเดิม การสร้างตลาดอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ป่าและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ พร้อมเสนอแนะให้ย้ายการจัดตลาดไปใช้พื้นที่ของเอกชนแทนจะเหมาะสมกว่า
ท้ายที่สุด การตัดสินใจอนุมัติการขอใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์แปลงนี้ จะต้องนำผลสรุปจากการประชุมประชาคมไปประกอบการพิจารณาตามระเบียบของทางราชการต่อไป



















Share this content:


