เจ้าของยอมย้ายช้าง 4 เชือกกลับสุรินทร์ หลังชาวหาดใหญ่ทนกลิ่น-เสียง

ภาพประกอบข่าว: เจ้าของยอมย้ายช้าง 4 เชือกกลับสุรินทร์ หลังชาวหาดใหญ่ทนกลิ่น-เสียง

เจ้าของยอมย้ายช้าง 4 เชือกกลับสุรินทร์ หลังชาวหาดใหญ่ทนกลิ่น-เสียง

ชาวบ้านบ้านคลองจิก ต.ท่าข้าม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โล่งใจ หลังเจ้าของสัตว์ยอมเคลื่อนย้ายช้าง 4 เชือกที่นำมาเลี้ยงในพื้นที่ชุมชนกลับจังหวัดสุรินทร์ภายใน 1 สัปดาห์ หลังชาวบ้านร้องเรียนปัญหากลิ่นมูลสัตว์และเสียงร้องรบกวนการพักผ่อน พร้อมความกังวลเรื่องความปลอดภัยของคนในหมู่บ้าน

เรื่องนี้เริ่มจากข้อร้องเรียนว่ามีผู้นำช้าง 4 เชือก สิงโตขาว 1 ตัว และไลเกอร์ 1 ตัว มาเลี้ยงในพื้นที่ชุมชน จนมูลและของเสียไหลลงคูระบายน้ำและส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วหมู่บ้าน ขณะที่เสียงร้องของช้างดังรบกวนการนอนหลับของชาวบ้าน และยังมีข้อกังวลว่าหากช้างตกใจจากเสียงประทัดหรือพลุในช่วงเทศกาล หรือเกิดภาวะตกมันและหลุดออกจากพื้นที่ อาจสร้างอันตรายให้กับประชาชนได้

ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ประชุมหารือที่ศาลาประชาคมหมู่บ้านคลองจิก
ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ประชุมหารือกันที่ศาลาประชาคมหมู่บ้าน หมู่ 2 บ้านคลองจิก ภาพ: ข่าวสด

ลงพื้นที่ตรวจสถานที่เลี้ยงจริง

วันที่ 2 พ.ย. 2569 ที่ศาลาประชาคมหมู่บ้าน หมู่ 2 นายวีระเกียรติ สุวรรณฤกษ์ ปลัดอำเภอหาดใหญ่ พร้อมด้วยนายพินิจ สวัสดิรักษา ปศุสัตว์จังหวัดสงขลา เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลท่าข้าม และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอหาดใหญ่ ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของชาวบ้าน ก่อนเข้าไปตรวจสอบสถานที่เลี้ยงด้วยตนเอง

จากการตรวจสอบพบว่า พื้นที่เลี้ยงมีเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่เศษ ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงกว่า 2 เมตร พร้อมประตูอัตโนมัติ ภายในแบ่งพื้นที่เลี้ยงลูกช้าง 2 เชือก อายุ 3-4 ปี และช้างโตเต็มวัยอีก 2 เชือก อายุ 10 ปี และ 40 ปี ซึ่งเป็นช้างที่ใช้ในการแสดง ส่วนสิงโตขาวและไลเกอร์เลี้ยงอยู่ในกรงขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นเฉพาะ

สิงโตขาวอยู่ในกรงเลี้ยงที่บ้านคลองจิก
สิงโตขาวในกรงเลี้ยง ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาตามคำสั่งศาล กรณีเลี้ยงโดยไม่มีใบอนุญาต ภาพ: ข่าวสด

ช้างมาจากสุรินทร์ เอกสารเคลื่อนย้ายถูกต้อง

ระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ผู้ดูแลได้นำตั๋วรูปพรรณช้างทั้ง 4 เชือกมาแสดง พบว่าเป็นช้างที่เคลื่อนย้ายมาจากจังหวัดสุรินทร์ และมีเอกสารการครอบครองรวมถึงใบอนุญาตเคลื่อนย้ายถูกต้องตามพระราชบัญญัติสัตว์พาหนะ พ.ศ. 2482 ส่วนไลเกอร์มีใบอนุญาตเลี้ยงถูกต้องเช่นกัน ขณะที่สิงโตขาวอยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการตามคำสั่งศาล กรณีเลี้ยงโดยไม่มีใบอนุญาต

ด้านปศุสัตว์จังหวัดสงขลาระบุว่า ช้างทั้ง 4 เชือกมีใบซื้อขายและใบอนุญาตเคลื่อนย้ายถูกต้อง และการล่ามโซ่ในระยะกระชั้นชิดกับหลักเป็นวิธีการเลี้ยงช้างของจังหวัดสุรินทร์ ไม่ได้เป็นการทารุณกรรม โดยช้างทั้งหมดผ่านการฝึกและเชื่อฟังคำสั่งควานดี

ข้อสรุป: ช้างกลับสุรินทร์ใน 1 สัปดาห์

ภายหลังการหารือ เจ้าของสัตว์ยินยอมแก้ไขปัญหา โดยจะเคลื่อนย้ายช้างทั้ง 4 เชือกกลับไปยังจังหวัดสุรินทร์ภายใน 1 สัปดาห์ และเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 3 พ.ย. 2569 โดยจะขอใบอนุญาตเคลื่อนย้ายและประสานรถขนส่งต่อไป ส่วนสิงโตขาวและไลเกอร์จะเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่จังหวัดปัตตานีภายใน 6 เดือน เนื่องจากต้องรอการก่อสร้างกรงแห่งใหม่ให้ได้มาตรฐานตามระเบียบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่ตรงข้ามสถานที่เลี้ยงรายหนึ่ง อายุ 70 ปี ระบุว่า รู้สึกดีใจที่เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและเจ้าของยินยอมย้ายสัตว์ออกจากพื้นที่ โดยเฉพาะช้างซึ่งเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ หากมีเสียงประทัดหรือพลุในช่วงเทศกาลอาจทำให้ช้างตกใจและหลุดออกมาสร้างอันตรายแก่ชาวบ้านได้

สิ่งที่คนสุรินทร์ยังต้องติดตาม

ช้างทั้ง 4 เชือกเป็นช้างบ้านที่ขึ้นทะเบียนและมีเอกสารถูกต้อง แต่การเคลื่อนย้ายกลับเข้ามาในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ยังต้องอาศัยใบอนุญาตเคลื่อนย้ายและสถานที่รองรับที่เหมาะสม คำถามที่ยังไม่มีคำตอบจากรายงานครั้งนี้ คือช้างทั้ง 4 เชือกจะกลับไปอยู่ที่ใด และจะมีมาตรฐานการดูแลด้านสวัสดิภาพสัตว์อย่างไรในพื้นที่ใหม่

สำหรับผู้อ่านที่ได้รับผลกระทบจากสถานที่เลี้ยงสัตว์ใกล้บ้าน กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าการแจ้งผ่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ปลัดอำเภอ หรือปศุสัตว์อำเภอ เป็นช่องทางที่นำไปสู่การตรวจสอบและข้อตกลงร่วมกันได้ โดยควรเก็บภาพและบันทึกวันที่ของปัญหาไว้เป็นหลักฐาน

ที่มา: โพสต์กลุ่มคนรักช้างและเพื่อช้างไทย วันที่ 2 พ.ย. 2569 · รายงานข่าวของสำนักข่าวข่าวสดและสยามรัฐออนไลน์ วันที่ 2-3 พ.ย. 2569

Share this content:

เกี่ยวกับผู้เขียน

ปกติเป็นคน introvert แต่จะ Extrovert เมื่ออยู่กับเพื่อนในวงเล่า มีจิตนาการสูง ภูมิต้านทานต่ำ

Previous post

กระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง ปภ. แนะ 6 หมวดของต้องมี

Next post

ศปถ.อำเภอเมืองสุรินทร์ เร่งสอบสวนอุบัติเหตุรถรับส่งนักเรียนชนรถกระบะและเสาไฟฟ้า บาดเจ็บ 19 ราย เตรียมวางมาตรการเข้ม “รถรับส่งนักเรียนปลอดภัย”

You May Have Missed