จากท้องนาสู่หน้าปัดวิทยุ: ตำนานมนต์ขลังเสียงหล่อ “พิรุณ อุ่นศรี” แห่งอีสานใต้

จากท้องนาสู่หน้าปัดวิทยุ: ตำนานมนต์ขลังเสียงหล่อ “พิรุณ อุ่นศรี” แห่งอีสานใต้

ในยุคสมัยที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตยังเดินทางไปไม่ถึงท้องทุ่ง ความบันเทิงเดียวที่คอยชโลมจิตใจชาวไร่ชาวนาผู้เหน็ดเหนื่อย คือกล่องสี่เหลี่ยมใส่ถ่านไฟฉายตรากบที่เรียกว่า “วิทยุทรานซิสเตอร์”

ท่ามกลางเสียงคลื่นวิทยุระบบ เอเอ็ม (AM) ที่บางครั้งก็แทรกด้วยเสียงซ่าเมื่อถ่านใกล้มอด มีเสียงหนึ่งที่ชาวบ้าน ทหารบก หรือแม้แต่พระสงฆ์องค์เจ้าต่างเฝ้ารอ เสียงนุ่มทุ้ม กังวาน และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่มักจะเปิดรายการด้วยประโยคคุ้นหูว่า…

“พบกับ… ไอ้หนุ่มเสียงหล่อ ลูกคอดีกรี พิรุณ อุ่นศรี”

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องราวของนักจัดรายการวิทยุธรรมดา แต่คือบันทึกการเดินทางของเด็กชายลูกชาวนาผู้แหวกว่ายตามหาความฝัน จนกลายเป็นตำนานแห่งหน้าปัดวิทยุเมืองสุรินทร์

เด็กชายตัวดำกับความทรงจำที่แตกร้าว

ย้อนกลับไปในอดีต ณ หมู่บ้านละเวี้ย อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ “พิรุณ อุ่นศรี” เติบโตมาในฐานะเด็กชายตัวดำๆ ที่มอมแมมและซุกซนตามประสา ครอบครัวของเขาทำนา หาปลา และรับจ้างเลี้ยงช้าง (พลายบุญมา) ชีวิตที่ยากจนบังคับให้เขาต้องปากกัดตีนถีบ

ความเจ็บปวดแรกกระแทกเข้ามาในวัยเพียงประถมศึกษาปีที่ 2 เมื่อพ่อจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ทิ้งให้เขาต้องอยู่ในความดูแลของคุณยาย ความเคว้งคว้างไร้ที่พึ่งบ่มเพาะให้เขากลายเป็นเด็กดื้อรั้น ครั้งหนึ่งเขาเคยหนีเรียนไปยิงนกจนถูกพ่อทำโทษด้วยการมัดมืออุดหูแล้วตี นั่นคือภาพจำสุดท้ายก่อนพ่อจะสิ้นใจ

แต่สิ่งเดียวที่หล่อเลี้ยงหัวใจดวงเล็กๆ ในยามนั้นคือ “เสียงเพลง” พิรุณรักการร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจ เขาตระเวนประกวดร้องเพลงในโรงเรียนและคว้าแชมป์มาแทบทุกเวที เมื่อครูถามถึงความฝัน เขาตอบโดยไม่ต้องคิดว่า “ผมอยากเป็นนักร้อง อยากเป็นนักจัดรายการวิทยุครับ”

ใต้ร่มกาสาวพัสตร์และการเดินทางค้นหาตัวเอง

เมื่อจบชั้น ป.6 ในปี พ.ศ. 2522 ความยากจนและครอบครัวที่แตกสลาย ผลักดันให้เขาหันหน้าเข้าสู่ร่มศาสนา พิรุณบวชเป็นสามเณรที่วัดเกาะ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา

ชีวิตนักบวชสอนให้เขาเรียนรู้ความสงบ เขาเดินธุดงค์ข้ามจังหวัดตั้งแต่ชัยภูมิ นครนายก ไปจนถึงปราจีนบุรี ความมุ่งมั่นทำให้เขาสอบไล่ได้นักธรรมชั้นเอก และเรียนจบระดับ ม.3 จากโรงเรียนผู้ใหญ่ แม้ในวัยหนุ่มจะมีเรื่องราวชวนอมยิ้มประสาวัยรุ่น เช่น การแอบชอบลูกสาวผู้ใหญ่บ้านที่มาดักรอใส่บาตร หรือการเขียนจดหมายรักทั้งที่ยังห่มจีวร แต่ที่สุดแล้ว เขาก็ตัดสินใจลาสิกขาในปี พ.ศ. 2531 เพื่อออกไปเผชิญโลกกว้าง

หลังปลดประจำการจากการรับใช้ชาติในฐานะทหารเกณฑ์สังกัด ร.23 พัน 9 นครราชสีมา (เป็นเวลา 1 ปีครึ่ง) ชายหนุ่มวัยฉกรรจ์พร้อมแล้วที่จะทวงคืนความฝันในวัยเด็ก

คลื่นชีวิตในเมืองหลวงสู่หลังไมค์

กรุงเทพมหานครต้อนรับเขาด้วยความวุ่นวาย พิรุณตระเวนหางานตั้งแต่หมอชิต สะพานควาย ยันวัดไผ่ตัน ก่อนจะได้งานเป็นพนักงานบริษัทไทยซัมซุง อิเลคโทรนิกส์ ที่ศรีราชา แต่เสียงเพรียกจากหน้าปัดวิทยุยังคงก้องอยู่ในใจเสมอ

เขาพากเพียรจนสอบได้ใบประกอบวิชาชีพผู้ประกาศข่าว และเริ่มต้นจับไมค์ครั้งแรกที่สถานีวิทยุ ป.ต.อ. แยกเกียกกาย กรุงเทพฯ ก่อนจะออกเดินทางเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่สถานีวิทยุแห่งประเทศไทย จังหวัดอุบลราชธานี

จุดเปลี่ยนสำคัญมาถึงเมื่อเขาได้รับการทาบทามให้ไปจัดรายการที่ อสมท. บุรีรัมย์ ก่อนจะลงหลักปักฐานที่จังหวัดสุรินทร์ จัดรายการที่สถานีวิทยุกระจายเสียงแม่ทัพภาคที่ 2 และสถานีวิทยุทหารอากาศสุรินทร์ ด้วยการสนับสนุนจากค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อย่าง “ท็อปไลน์ไดมอนด์”

ชื่อของ “พิรุณ อุ่นศรี” หรือ “กันเราะซราซอ” (ไอ้หนุ่มเหล้าขาว) โด่งดังถึงขีดสุด เขาไม่ได้เป็นแค่นักจัดรายการ แต่คือเพื่อน คือพี่น้อง ของชาวสุรินทร์

ไร้พรมแดน: จากหน้าปัดวิทยุสู่แผ่นฟิล์ม

ความสามารถของพิรุณก้าวข้ามขีดจำกัดทางภาษา เขาจัดรายการวิทยุร่วมระหว่างไทย-กัมพูชา โดยใช้ทั้งภาษาเขมรสุรินทร์และภาษาราชการกัมพูชา กระจายเสียงครอบคลุมไปถึงจังหวัดอุดรมีชัย เชื่อมความสัมพันธ์ระดับประชาชนได้อย่างงดงาม ก่อนจะต้องยุติลงชั่วคราวในช่วงวิกฤตความขัดแย้งทางชายแดน

นอกจากงานวิทยุ เขายังได้ทำตามความฝันในการเป็นนักร้องอย่างสมบูรณ์แบบ มีอัลบั้มเป็นของตัวเอง ร้องเพลงฮิตอย่าง “จักรยานดั๊จโซ” และ “จำเนียงเคียงคู่” (ร้องคู่กับ เจน สายใจ) ยิ่งไปกว่านั้น เขายังได้ร่วมแสดงในภาพยนตร์ระดับประเทศอย่าง องค์บาก และ บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม อีกด้วย

กระท่อมเมินสาว กับชีวิตที่หวนคืนสู่รากเหง้า

ยุคสมัยเปลี่ยนผ่าน ดิจิทัลเข้ามาแทนที่อนาล็อก คลื่นเอฟเอ็มเสื่อมมนต์ขลังลง พิรุณในวัยที่ตกผลึกทางความคิด เลือกที่จะยุติบทบาทการทำสถานีวิทยุชุมชน เปิดทางให้คนรุ่นใหม่

ปัจจุบัน เขาใช้ชีวิตคู่กับ “แอ๊น – สุชาดา ชมบุญ” หญิงสาวชาวสุรินทร์ที่พบรักกันตั้งแต่สมัยทำงานโรงงาน มีทายาทด้วยกัน 2 คน ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งประธานชมรมนักวิทยุโทรทัศน์จังหวัดสุรินทร์ และเป็นผู้ช่วยสมาชิกวุฒิสภา

แต่ในวันว่าง ชายผู้นี้จะกลับไปเป็น “เด็กชายพิรุณ” คนเดิม เขามีชีวิตที่เรียบง่าย ณ “กระท่อมเมินสาว” บ้านหลักวอ จังหวัดสุรินทร์ มีความสุขกับการปลูกผัก ทำนา และงานอดิเรกที่ฝังรากลึกมาตั้งแต่เด็ก… คือการทอดแหหาปลาตามลำห้วยเสนงและแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อทำปลาร้าแบ่งปันเพื่อนบ้าน

นอกจากนี้ เขายังมีความสามารถพิเศษที่หาตัวจับยาก คือการอ่านเขียนภาษาขอมและจารึกอักขระยันต์ได้ทุกชนิด

จากเด็กกำพร้าในท้องนาผู้ไล่ตามเสียงในหัวใจ สู่การเป็นตำนานหน้าปัดวิทยุ เรื่องราวของ พิรุณ อุ่นศรี คือบทพิสูจน์ของคำกล่าวที่เขา ยึดถือมาตลอดชีวิตที่ว่า…

“การเริ่มต้นจะเป็นอย่างไรไม่สำคัญ แต่ที่สำคัญคือ… การได้เริ่มต้น”

อ้างอิงและบริบทเพิ่มเติม (Footnotes):

  • วิทยุทรานซิสเตอร์และระบบ AM: ในช่วงทศวรรษ 2510-2530 ก่อนการแพร่หลายของโทรทัศน์และอินเทอร์เน็ต วิทยุคือสื่อกระแสหลักที่ทรงอิทธิพลที่สุดในชนบทไทย การฟังวิทยุต้องใช้ถ่านไฟฉาย (เช่น ตรากบ) ซึ่งถือเป็นสินค้ายอดนิยมในยุคนั้น
  • ท็อปไลน์ไดมอนด์ (Topline Diamond): ค่ายเพลงลูกทุ่งหมอลำที่มีอิทธิพลสูงมากในภาคอีสาน การได้รับการสนับสนุนจากค่ายนี้ถือเป็นเครื่องการันตีความนิยมของนักจัดรายการและสถานีวิทยุ
  • กันเราะซราซอ: เป็นภาษาเขมรถิ่นไทย (เขมรสุรินทร์) แปลตรงตัวว่า “ไอ้หนุ่มเหล้าขาว” ซึ่งสะท้อนถึงความติดดินและเข้าถึงง่ายของวิถีชีวิตชาวบ้านในพื้นที่อีสานใต้
  • สงครามไทย-กัมพูชา: อ้างอิงถึงความขัดแย้งบริเวณพรมแดนไทย-กัมพูชา (ช่วงปี พ.ศ. 2551-2554) ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระดับประเทศ ทำให้สื่อวิทยุข้ามพรมแดนต้องระงับการออกอากาศเพื่อความมั่นคง

Share this content:

เกี่ยวกับผู้เขียน

ปกติเป็นคน introvert แต่จะ Extrovert เมื่ออยู่กับเพื่อนในวงเล่า มีจิตนาการสูง ภูมิต้านทานต่ำ

Previous post

ชาวตำบลรามร่วมประชาคม ถกปมขอใช้ที่ดินสาธารณะ 50 ไร่ ทำตลาดนัดโค-กระบือ ท่ามกลางเสียงหนุนและค้าน

Next post

ศิลปินชายขอบ: จากเด็กท้องไร่สู่ทุ่งนาแห่งพู่กัน — แสง สี และชีวิตของ ‘ประวัติ สำราญจริง’

You May Have Missed