“นายกฯ อนุทิน” เผยผลหารือ “หวัง อี้” จีนพร้อมเป็นตัวกลางไทย-กัมพูชา ย้ำความสัมพันธ์ต้องมีขั้นตอนและกติกา

“นายกฯ อนุทิน” เผยผลหารือ “หวัง อี้” จีนพร้อมเป็นตัวกลางไทย-กัมพูชา ย้ำความสัมพันธ์ต้องมีขั้นตอนและกติกา

จีนส่งสัญญาณกัมพูชาไม่อยากเผชิญหน้า ด้านไทยยันไม่คิดรบแต่ต้องสร้างความไว้วางใจ ส่วนปมทหารยั่วยุชายแดน สั่งทหารไทยนิ่ง-อดทน แต่ห้ามล้ำเส้นเด็ดขาด

กรุงเทพฯ – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา ภายหลังการหารือร่วมกับ นายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน โดยระบุว่าจีนยินดีที่จะเข้ามาเป็นตัวกลางในการประสานรอยร้าวและแก้ไขความขัดแย้งระหว่างทั้งสองประเทศ เพื่อสร้างความสงบสุขในภูมิภาค

จีนพร้อมเป็นตัวกลาง – กัมพูชาส่งสัญญาณอยากยุติความขัดแย้ง

นายอนุทิน ระบุว่า นายหวัง อี้ ได้แจ้งผลจากการเดินทางไปเยือนกัมพูชาก่อนหน้านี้ว่า ท่าทีของกัมพูชาต่อประเทศไทยในขณะนี้คือ “ไม่อยากสู้รบและไม่อยากเผชิญหน้าแล้ว” ซึ่งทางจีนมีความยินดีอย่างยิ่งที่จะดำเนินการเป็นตัวกลางเพื่อแก้ไขความขัดแย้งที่เกิดขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงกลับไปว่า ฝั่งไทยเองก็ไม่มีความประสงค์ที่จะสู้รบกับประเทศเพื่อนบ้านเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีย้ำชัดเจนว่าการรื้อฟื้นความสัมพันธ์นั้น “ไม่ใช่เรื่องที่จะเปลี่ยนได้ชั่วข้ามคืน” แต่จะต้องมีขั้นตอน มีกติกา และที่สำคัญที่สุดคือการสร้างความไว้วางใจ (Trust) และความเชื่อถือซึ่งกันและกัน โดยได้มีการพูดคุยในรายละเอียดเชิงลึกกับนายหวัง อี้ ถึงสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาและแนวทางการแก้ไข ซึ่งทางจีนแสดงความเข้าใจต่อสถานการณ์ของไทยเป็นอย่างดี

ปมชายแดนและการยั่วยุ: “นิ่งแต่ต้องชัดเจน”

ต่อข้อซักถามถึงสถานการณ์บริเวณชายแดนที่มีรายงานว่าทหารกัมพูชายังคงมีการยั่วยุและเสริมกำลังอาวุธยุทโธปกรณ์ นายอนุทินให้ความเห็นว่าต้องพิจารณาในหลายมิติ:

  • ที่มาของการยั่วยุ: ต้องตรวจสอบว่าเป็นการกระทำในระดับพื้นที่หรือเป็นคำสั่งโดยตรงจากรัฐบาลกัมพูชา
  • แนวทางปฏิบัติของทหารไทย: ได้กำชับให้ทหารไทยต้องมีความอดทน นิ่งพอ และไม่ทำการยั่วยุกลับหากการกระทำนั้นยังอยู่ในพื้นที่ของเขา
  • เส้นตายด้านความมั่นคง: แม้จะเน้นความอดทน แต่ต้องแสดงให้เห็นชัดเจนว่า “เกินเส้นนี้ไม่ได้” หากมีการล่วงล้ำดินแดนไทยจะต้องมีการตอบโต้ตามความเหมาะสม

การเปิดด่านชายแดนยังไม่เกิดขึ้น

สำหรับประเด็นการเปิดด่านชายแดนเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการสัญจร นายกรัฐมนตรีตอบเพียงสั้นๆ ว่า “เรื่องนี้ไม่ต้องพูดถึงเลย” ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าในขณะที่ความสัมพันธ์ระดับการทูตเริ่มมีสัญญาณบวก แต่ความมั่นคงชายแดนยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ไทยให้ความสำคัญสูงสุด

Share this content:

เกี่ยวกับผู้เขียน

ปกติเป็นคน introvert แต่จะ Extrovert เมื่ออยู่กับเพื่อนในวงเล่า มีจิตนาการสูง ภูมิต้านทานต่ำ

Previous post

ศุลกากรช่องจอม ไล่ล่าระทึก! สกัดแก๊งตู้ทึบซุกมอเตอร์ไซค์กว่า 30 คัน คาดเตรียมส่งออกกัมพูชา

Next post

อบจ.สุรินทร์ แจงข้อเท็จจริง! ปมข่าวพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ ยันยังไม่มีมติจัดรถโดยสารฟรี

You May Have Missed