[บทความตอนที่ 3] ฌาปนกิจสงเคราะห์: “ไปต่อ” หรือ “พอแค่นี้”? … ผ่าทางตัน รักษาลมหายใจสุดท้ายของคนรากหญ้า
หลังจากที่ Surin108 ได้นำเสนอความจริงเรื่อง “เงินฌาปนกิจไม่ใช่เงินฝาก” และ “เบื้องหลังการบังคับกู้” ไปแล้ว มีพี่น้องหลายท่านเกิดความตื่นตระหนก บางคนถามว่า “ถ้าอย่างนั้นลาออกดีไหม?” หรือ “หยุดส่งดีกว่า กลัวสมาคมล้ม”
ช้าก่อนครับ! … ถ้าทุกคนคิดจะ “ทิ้งเรือ” กลางทะเล แล้วคนแก่เฒ่าที่ส่งมาทั้งชีวิตที่นั่งอยู่บนเรือลำนี้ล่ะครับ? เขาจะจมน้ำตายกันหมดไหม?
วันนี้เรามาคุยกันด้วยเหตุผลว่า “ทำไมเราต้องไปต่อ” และเราจะรักษาระบบนี้ไว้อย่างไร ให้สมกับเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ว่า “เฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข”
1. หัวใจที่แท้จริง: “เฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข” ไม่ใช่ “เก็งกำไร”
พ.ร.บ. การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 ไม่ได้เขียนขึ้นมาเพื่อให้ใครรวย แต่เขียนขึ้นมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนไทย คือ “การลงแขกช่วยงานศพ”
- เฉลี่ยทุกข์: เมื่อบ้านไหนมีคนตาย (ทุกข์) เพื่อนสมาชิกทุกคนช่วยกันควักเงินคนละเล็กละน้อย (เฉลี่ย) เพื่อไปช่วยแบ่งเบาภาระ
- เฉลี่ยสุข: เมื่อเราได้ช่วยเขา วันหนึ่งเมื่อถึงคราวเรา (ตาย) ครอบครัวเราก็จะได้รับความช่วยเหลือเช่นกัน
ดังนั้น ถ้าเราเปลี่ยนวิธีคิดจากการถามว่า “ตายแล้วจะได้กี่บาท” มาเป็น “วันนี้เราได้ช่วยเพื่อนบ้านไปกี่ศพ” ระบบนี้จะไม่มีวันพังครับ เพราะมันคือระบบแห่ง “น้ำใจ” ไม่ใช่ระบบ “การเงิน”
2. ทำไม “ฌาปนกิจ” ถึงยังจำเป็นสำหรับคนสุรินทร์? (ข้อดีที่ประกันชีวิตให้ไม่ได้)
แม้ระบบประกันของเอกชนจะดีแค่ไหน แต่ “สมาคมฌาปนกิจ” ก็ยังมีจุดแข็งที่ไม่มีใครแทนที่ได้:
- ✅ เงินด่วนทันใจ (Real-time): เวลาคนตาย ประกันชีวิตต้องรอใบมรณะบัตร รออนุมัติ รอเช็ค บางที 15-30 วันกว่าจะได้เงิน แต่ “เงินฌาปนกิจ” คือเงินสดหน้างาน! นายกสมาคมฯ สามารถหิ้วเงินสดก้อนแรกไปให้เจ้าภาพซื้อโลง ซื้อกับข้าวเลี้ยงแขกได้ทันที นี่คือ “สภาพคล่องของคนจน” อย่างแท้จริง
- ✅ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง: ประกันชีวิต ถ้าคุณแก่เกิน 60 หรือมีโรคเบาหวาน ความดัน เขา “เท” คุณทันที แต่ฌาปนกิจหมู่บ้าน รับหมด จะป่วย จะแก่ ก็ยังสมัครได้ (ตามเงื่อนไขท้องถิ่น) นี่คือที่พึ่งเดียวของคนกลุ่มเปราะบาง
3. ผ่าทางตัน: ทำอย่างไรให้ “ไปต่อ” ได้โดยไม่ล้ม?
ปัญหาสมาคมล้ม ส่วนใหญ่เกิดจาก “คนรุ่นใหม่ไม่เข้า คนเก่าทยอยตาย” เงินที่เก็บได้เลยลดลง ทางแก้คือ:
- ความโปร่งใสคือเกราะกันภัย: ยุคนี้ต้องเลิกใช้ระบบ “สมุดจดมือ” ที่รู้กันแค่กรรมการ 2-3 คน ต้องเอาเทคโนโลยีมาใช้ เช่น ถ่ายรูป Statement บัญชีธนาคารลงกลุ่มไลน์หมู่บ้านทุกเดือน ให้เห็นยอดเงินเข้า-ออกชัดเจน เมื่อชาวบ้านเชื่อใจ เขาก็จะกล้าส่งเงินต่อ
- ปรับยอดเงินตามความเป็นจริง: อย่าไปโฆษณาเกินจริงว่า “ตายปุ๊บรับ 2 แสน” ถ้าสมาชิกน้อยลง ก็ต้องกล้าบอกความจริงว่า “ตอนนี้ยอดลดเหลือ 1 แสน 5 นะ” เพื่อไม่ให้สมาคมถังแตก ชาวบ้านต้องยอมรับความจริงว่า “ได้น้อย ดีกว่าไม่ได้เลย”
- ดึงลูกหลานมาร่วมบุญ: ต้องปลูกฝังคนรุ่นใหม่ว่า การสมัครฌาปนกิจ ไม่ใช่การแช่งตัวเอง แต่คือการ “ทำประกันความเสี่ยงให้พ่อแม่” และเป็นการช่วยเหลือสังคม จ่ายเดือนละร้อยสองร้อย ถือว่าทำบุญ ดีกว่าเอาไปเติมเกม
บทสรุป: อย่าเพิ่งทิ้งกัน ในวันที่เรือรั่ว
ถ้าวันนี้ท่านลาออก เงินที่ท่านส่งมา 10-20 ปี คือสูญเปล่าทันที แต่ถ้าท่านช่วยกันอุดรูรั่ว ตรวจสอบกรรมการ และประคับประคองกันไป อย่างน้อยที่สุด วันสุดท้ายของชีวิต ครอบครัวท่านก็ยังมีเงินก้อนหนึ่งไว้จัดการศพอย่างสมเกียรติ
“ฌาปนกิจสงเคราะห์” คือมรดกทางวัฒนธรรมการช่วยเหลือเกื้อกูลของไทย เราต้องช่วยกันรักษาเจตนารมณ์นี้ไว้… เพื่อให้คนตายได้นอนตาหลับ และคนอยู่ก็มีศักดิ์ศรีครับ
#ฌาปนกิจไปต่อ #เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข #สังคมเกื้อกูล #Surin108 #กฎหมายชาวบ้าน
ตอนที่ 1 : เตือนภัยความเข้าใจผิด! “ฌาปนกิจสงเคราะห์” ไม่ใช่ “ธนาคาร” ส่งไปแล้วไม่ได้คืน… จริงหรือ?
ตอนที่ 2 : บทความเจาะลึก (ตอน 2): ทำไมรัฐถึงปล่อยเบลอ? และอาถรรพ์ “กู้เงินต้องแถมซองขาว”
ตอนที่ 3 : [บทความตอนที่ 3] ฌาปนกิจสงเคราะห์: “ไปต่อ” หรือ “พอแค่นี้”? … ผ่าทางตัน รักษาลมหายใจสุดท้ายของคนรากหญ้า
Share this content:


