เราต่างมีกะลาคนละใบ: กับดัก “Echo Chamber” ที่ทำให้เราเผลอมองคนเห็นต่างว่า “โง่” (ทั้งที่จริง เราอาจจะโง่กว่าเขา)
โดย: Surin108
เคยไหมครับ? เวลาไถฟีด Facebook หรือ TikTok แล้วเจอข่าวการเมือง ข่าวดารา หรือประเด็นสังคม แล้วเรารู้สึกว่า… “เฮ้ย! ทำไมคนทั้งโลกคิดเหมือนเราเลย” “ฝั่งนั้นมันบ้าหรือเปล่า? หลักฐานชัดขนาดนี้ ทำไมยังเชียร์มันอยู่ได้?” “คนพวกนี้ถ้าไม่โง่ ก็คงโดนล้างสมองแน่ๆ”
ถ้าคุณเคยมีความรู้สึกนี้แวบเข้ามาในหัว… ยินดีด้วยครับ คุณกำลังติดอยู่ในกับดักที่ทรงพลังที่สุดในศตวรรษที่ 21 ที่เรียกว่า “Echo Chamber” (ห้องแห่งเสียงสะท้อน) เข้าให้แล้ว
และข่าวร้ายคือ… ในห้องนี้ คุณไม่ได้ฉลาดขึ้นหรอกครับ แต่คุณกำลังถูกขังอยู่ใน “กะลาไฮเทค” ที่คุณสร้างขึ้นมาเองโดยไม่รู้ตัว

1. กำเนิดกะลา: เมื่อโลกออนไลน์ ไม่ได้กว้างอย่างที่คุณคิด
เราถูกสอนมาว่า อินเทอร์เน็ตคือหน้าต่างสู่โลกกว้าง คือคลังความรู้ไร้ขอบเขต แต่ความจริงที่น่าตกใจคือ… อินเทอร์เน็ตของแต่ละคน “หน้าตาไม่เหมือนกัน”
เบื้องหลังหน้าจอโทรศัพท์ที่คุณจ้องอยู่ทุกวัน มีระบบสมองกลอัจฉริยะที่เรียกว่า “อัลกอริทึม” (Algorithm) ทำงานอย่างแข็งขัน หน้าที่ของมันไม่ใช่การนำเสนอ “ความจริง” ครับ แต่หน้าที่ของมันคือ “ทำให้คุณอยู่ในแอปฯ ให้นานที่สุด”
วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะรั้งคุณไว้คืออะไร? คำตอบคือ: “ป้อนสิ่งที่ชอบ ให้เห็นแต่สิ่งที่ใช่”
- ถ้าคุณชอบพรรคสีส้ม อัลกอริทึมจะเสิร์ฟคลิปปราศรัยที่ดุเดือด ข่าวทุจริตของรัฐบาล และมีมตลกๆ ที่ล้อเลียนฝ่ายตรงข้ามมาให้คุณดูจนตาแฉะ
- ถ้าคุณรักลุงข้างบ้าน อัลกอริทึมจะเสิร์ฟคลิปผลงานสร้างถนน คลิปความสงบเรียบร้อย และข่าวที่บอกว่าเด็กรุ่นใหม่ก้าวร้าวแค่ไหน
ผลลัพธ์คืออะไร? เราทุกคนต่างถูกขังอยู่ใน Filter Bubble (ฟองสบู่แห่งความพอใจ) เราได้ยินแต่เสียงที่สะท้อนความคิดเดิมๆ ของเรากลับมา (Echo) ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเราเกิดภาพลวงตาว่า “คนทั้งประเทศคิดเหมือนเรา” และ “ความจริงมีอยู่เพียงชุดเดียว คือชุดที่เราถืออยู่”

2. เสพติดความถูกต้อง: ทำไมเราถึงกลายเป็น “ติ่ง” ที่เกรี้ยวกราด?
เมื่อเราอยู่ใน Echo Chamber นานเข้าๆ มันจะเกิดปฏิกิริยาทางจิตวิทยาที่เรียกว่า Confirmation Bias (อคติยืนยัน) คือเราจะเลือกเชื่อเฉพาะข้อมูลที่ “เข้าทาง” เรา ส่วนข้อมูลที่ “ขัดใจ” เราจะปัดทิ้งทันทีว่า Fake News หรือเป็นเรื่องไร้สาระ
ในระยะยาว สิ่งนี้สร้างนิสัยที่อันตรายมาก 2 อย่างครับ:
- ความมั่นใจแบบผิดๆ (Overconfidence): เราจะรู้สึกว่าตัวเองรู้ลึก รู้จริง ข้อมูลแน่น (ทั้งที่ข้อมูลนั้นมาจากฝั่งเดียวล้วนๆ)
- การลดทอนความเป็นมนุษย์ (Dehumanization): นี่คือจุดที่น่ากลัวที่สุด… เมื่อเรามั่นใจว่าเรา “ฉลาด” และ “ถูกต้อง” ที่สุด เราจะเริ่มมองคนที่เห็นต่างว่า “โง่” “ดักดาน” “สลิ่ม” “สามกีบ” หรือ “พวกชังชาติ”
เราเริ่มไม่มองพวกเขาเป็นเพื่อนมนุษย์ที่มีเหตุผลของตัวเอง แต่เรามองเขาเป็น “ตัวปัญหา” ที่ต้องกำจัด หรือต้องสั่งสอน เราพิมพ์ด่ากันด้วยถ้อยคำรุนแรงแบบที่ชีวิตจริงไม่กล้าพูด เราตัดเพื่อน เลิกคบญาติ เพียงเพราะเขาแชร์โพสต์ที่เราไม่ชอบ
ถามจริงๆ เถอะครับ… นั่นคือวิถีของ “ปัญญาชน” หรือวิถีของ “คนในถ้ำ” กันแน่?

3. ความจริงอีกด้าน: ใครกันแน่ที่ไม่ฉลาด?
กลับไปที่บทความเมื่อวาน เรื่องบริบทคนเมืองกับคนชนบท คนรุ่นใหม่ในทวิตเตอร์ (X) อาจจะด่าชาวบ้านที่เลือกพรรคบ้านใหญ่ว่า “ไม่ฉลาด” ที่เห็นแก่เงิน 500 บาท หรือยึดติดระบบอุปถัมภ์
แต่ในมุมกลับกัน… ชาวบ้านเขาก็มองเด็กรุ่นใหม่ว่า “ไม่ฉลาด” เหมือนกัน ที่วันๆ เอาแต่ก้มหน้าดูมือถือ ไม่สนใจญาติพี่น้อง ไม่รู้วิธีไหว้พระ ไม่รู้วิธีทำมาหากิน หรือเรียกร้องสิ่งที่จับต้องไม่ได้ในอากาศ
ตลกร้ายคือ: ทั้งสองฝ่ายต่างคิดว่าตัวเองฉลาด และอีกฝ่ายโง่ แต่ความจริงคือ “ทั้งสองฝ่ายต่างติดอยู่ในกะลาคนละใบ”
- กะลาของคนเมือง: คือข้อมูลข่าวสาร ทฤษฎีตะวันตก และความฝันถึงสังคมอุดมคติ
- กะลาของคนชนบท: คือประสบการณ์ชีวิต ความสัมพันธ์เครือญาติ และการเอาตัวรอดจากความยากจน
คนที่ “ไม่ฉลาด” จริงๆ ไม่ใช่คนที่รู้น้อยกว่าเรา แต่คือคนที่ “รู้แค่ด้านเดียว แต่คิดว่าตัวเองรู้ทั้งหมด” ต่างหาก
โสเครตีส (Socrates) นักปราชญ์ชาวกรีก เคยกล่าวไว้ว่า “ข้าพเจ้ารู้อย่างเดียว คือข้าพเจ้าไม่รู้อะไรเลย” นั่นคือยอดแห่งปัญญา คือการรู้ตัวว่าโลกนี้กว้างกว่ากะลาที่เราครอบหัวอยู่
4. วิธีทุบกะลา: กล้าไหมที่จะฟังสิ่งที่ “เกลียด”?
การออกจาก Echo Chamber ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมัน “เจ็บปวด” การต้องไปรับรู้ว่า สิ่งที่เราเชื่อมาตลอดอาจจะไม่ถูกทั้งหมด หรือคนที่เราเกลียด อาจจะมีมุมดีๆ ซ่อนอยู่ มันขัดแย้งกับอีโก้ของเรา
แต่ถ้าเราอยากเป็น “พลเมืองตื่นรู้” (Active Citizen) ที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ “เหยื่อของอัลกอริทึม” เราต้องลองทำสิ่งเหล่านี้ครับ:
- กดติดตามเพจที่คุณ “ไม่ชอบ”: ลองไปกด See First เพจข่าวฝ่ายตรงข้าม หรือเพจที่คนละจริตกับเราดูบ้าง ไม่ใช่เพื่อไปด่าเขา แต่เพื่อไปดูว่า “เขาคุยอะไรกัน?” “ทำไมเขาถึงเชื่อแบบนั้น?”
- คุยกับ “คนเป็นๆ” ให้มากขึ้น: วางมือถือ แล้วหันไปคุยกับป้าข้างบ้าน คุยกับวินมอเตอร์ไซค์ หรือคุยกับคนต่างวัย โดยไม่คุยเรื่องการเมือง แต่คุยเรื่องชีวิต ปากท้อง ความเป็นอยู่ คุณจะเห็น “มิติของความเป็นมนุษย์” ที่ข่าวในเฟซบุ๊กไม่เคยบอก
- ตั้งคำถามกับตัวเองเสมอ: ก่อนจะแชร์ข่าวที่ด่าฝ่ายตรงข้าม ลองถามตัวเองว่า “จริงเหรอ? มีมุมอื่นไหม? หรือเราแค่อยากสะใจ?”

บทสรุป: โลกกว้างกว่าหน้าจอมือถือ
การเลือกตั้งจบไปแล้ว การเมืองก็เดินหน้าต่อไป แต่สิ่งที่เราต้องรักษาไว้คือ “สติ” และ “มิตรภาพ”
อย่าให้เทคโนโลยีมาแบ่งแยกเราจนกลายเป็นคนแปลกหน้า อย่าให้ความมั่นใจในข้อมูล ทำให้เรากลายเป็นคนหูหนวกตาบอดที่หยิ่งผยอง
จำไว้เสมอครับว่า… เราทุกคนต่างมีกะลาคนละใบ บางใบสวยหรู บางใบเก่าคร่ำครึ แต่ข้างในนั้นก็แคบเหมือนกัน คนที่ “เจ๋ง” จริง คือคนที่กล้า “แง้มกะลา” ออกมามองท้องฟ้า แล้วยอมรับว่า “เออ… ความจริงของคนอื่น ก็สวยงามในแบบของเขาเหมือนกันนะ”
เลิกด้อยค่า แล้วหันมาเปิดใจ เพราะประชาธิปไตยที่แข็งแรง ไม่ได้เกิดจากคนที่คิดเหมือนกันทั้งประเทศ แต่เกิดจากคนที่คิดต่างกัน… แต่ยังนั่งกินข้าวโต๊ะเดียวกันได้ครับ.

#Surin108 #EchoChamber #เตือนสติ #ประชาธิปไตย #สังคมก้มหน้า #เปิดใจ
ภาพโดย JIM
Share this content:


