บทความไว้อาลัย : แด่ “สีดอหูพับ”… เมื่อ “โฉนดมนุษย์” ตัดสินประหาร “สัญชาตญาณป่า”
ในจักรวาลของสัตว์ป่า… เรามักยิ้มให้กับภาพความน่ารักของเจ้าตัวจิ๋ว ภาพของช้างน้อยที่นอนหลับปุ๋ยกลางป่าอ้อย ภาพความซุกซนของ “งาจิ๋ว คุถัง สีดอน้อย” รวมถึงภาพจากเพจ ลุงเกรียง หมีแบกกล้อง ที่ทำให้เราหลงเชื่ออย่างสนิทใจว่า โลกใบนี้ยังมีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่
“สีดอหูพับ” คือหนึ่งในความงดงามนั้น เขาคือช้างป่าที่ใช้ชีวิตตามวิถีธรรมชาติ กิน เดิน นอน เล่น ในผืนป่าที่เขาถือกำเนิด
แต่โศกนาฏกรรมเกิดขึ้น เมื่อความจริงข้อหนึ่งทำงาน… ช้างป่า “ไม่เคยถือโฉนด” เขาไม่รู้จักเส้นเขตแดนสมมุติ ไม่รู้จักคำว่า “บุกรุก” ไม่รู้จักมาตรากฎหมาย ในโลกของช้าง มีเพียงแผนที่เดียว คือเส้นทางอาหาร แหล่งน้ำ และความปลอดภัย ที่ไหนมีให้กิน ก็เดินไปกิน… เพราะนั่นคือ “สิทธิในการมีชีวิตรอด” เพียงอย่างเดียวที่ธรรมชาติมอบให้เขา
แต่โลกของมนุษย์… มีเส้นแบ่ง เรามีโฉนด มีรั้วรอบขอบชิด มีคำสั่งศาล มีคดีความ และมีแรงกดดัน เมื่อเกิดความสูญเสีย เราขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสียอย่างสุดหัวใจ แต่ในขณะเดียวกัน… เราก็จำต้องตะโกนออกไปให้ดังที่สุดว่า “ช้างไม่ใช่อาชญากร”

“เราขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสียอย่างสุดหัวใจ… แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องพูดให้ดังพอว่า… ช้างไม่ใช่อาชญากร และช้างตัวหนึ่งไม่ควรถูกทำให้กลายเป็น ‘แพะรับบาป’ ของปัญหาที่ระบบสะสมมานาน”
เพราะความขัดแย้งคนกับช้างไม่ได้เกิดจาก “ช้างเปลี่ยนนิสัย” แต่มันเกิดจาก “โลกเปลี่ยนขนาด” ผืนป่าถูกบีบให้เล็กลง ทางเดินหากินถูกตัดขาด แหล่งอาหารธรรมชาติหดหาย
ในขณะที่พืชไร่ของมนุษย์กลายเป็น “กับดักแสนหวาน” ที่ถูกปลูกประชิดขอบป่า …โลกนี้ใจดีจัง มีมนุษย์ปลูกอ้อยให้กินด้วย… นั่นอาจเป็นความคิดสุดท้ายของเขา ก่อนที่จะถูกตราหน้าว่าเป็นผู้บุกรุก
คำสั่งศาลให้เคลื่อนย้ายช้างภายใน 30 วัน จากการฟ้องร้อง คือเส้นตายที่มนุษย์กำหนดให้ธรรมชาติ เราอาจไม่รู้รายละเอียดทุกวินาทีในปฏิบัติการภาคสนาม แต่ภาพที่คนรักสัตว์เห็นตรงกันคือภาพที่เจ็บปวดที่สุด…
ภาพของช้างที่เดินแทบไม่ไหว ถูกเข็นขึ้นรถ ท่ามกลางคราบน้ำตาและหยาดเหงื่อของเจ้าหน้าที่ตัวเล็กๆ ที่พยายามทำตามหน้าที่ และสุดท้าย… น้องก็ได้เดินทางไกล ไม่ใช่เดินทางไปภูหลวง… แต่เดินทางกลับสู่ดาวช้างป่าตลอดกาล


นี่ไม่ใช่แค่ข่าวการตายของช้างตัวหนึ่ง แต่มันคือเครื่องหมายคำถามตัวโตที่ตบหน้าสังคมไทยว่า “เรากำลังจัดการสัตว์ป่าด้วยวิธีไหนกันแน่?” เราทำงานกันเฉพาะตอนมีข่าว? ตอนมีคนตาย? ตอนมีแรงกดดัน? หรือตอนมีเดดไลน์จากศาล? แล้วสุดท้าย… ทำไม “ช้าง” ต้องเป็นฝ่ายจ่ายราคาด้วยชีวิตเสมอ?
อย่าจบเรื่องนี้ง่ายๆ ด้วยคำว่า “ตกมัน” “ดุร้าย” หรือ “ควบคุมไม่ได้” เพราะความจริงมันซับซ้อนกว่านั้น ช้างป่าไม่ได้เกิดมาเพื่อถูกตัดสินในศาลของความสะดวกสบาย ช้างป่าไม่ได้เกิดมาเพื่อรับผิดแทนการวางผังเมืองที่บิดเบี้ยว ช้างป่าไม่ได้เกิดมาเพื่อถูกลงโทษ… เพียงเพราะมนุษย์ “ขยายตัวไปชนป่า” แล้วชี้หน้าด่าสัตว์ว่าบุกรุก
การอยู่ร่วมกันที่แท้จริง ไม่ใช่การทำให้ช้างหายไป แต่คือการทำให้ “คนปลอดภัย” และ “ช้างยังมีชีวิต” เหลืออีก 3 ตัว… ดูแลชีวิตตัวเองนะลูก ขอให้พวกเธอได้เดินในป่าที่เป็นของพวกเธอจริงๆ
ลาก่อนนะ… สีดอหูพับ ขอให้โลกใบใหม่ที่เธอไปอยู่ ไม่มีโฉนด ไม่มีรั้ว และไม่มีมนุษย์ใจร้ายอีกต่อไป

บทกลอนอาลัย แด่… “สีดอหูพับ”
ภูเรือภูหลวงภูกระดึง
จรดถึงภูเวียงภูพานป่า
ธรรมชาติกำหนดเส้นทางมา
ให้งวงงาเดินตามเส้นทางไป
จมูกยาวสาวกลิ่นดมถิ่นเก่า
บรรพบุรุษของเจ้าวางไว้ให้
แต่โลกเปลี่ยนไปแล้วทุกแนวไพร
มีแต่ไร่กับนากรรมาชน
ในพื้นที่ชีวิตอันชิดใกล้
เราเป็นภัยต่อกันทุกแห่งหน
สัตว์เลี้ยงเชื่องยังชอบลอบกัดคน
สัตว์ป่าจะอยู่ปนคนได้ฤๅ
เมื่อต่างคนต่างอยากมีชีวิต
ต่างคนต่างเป็นพิษคิดดึงดื้อ
ไร้หนทางอยู่ร่วมโลกร่วมมือ
นี่หรือคือชีวิตอนิจจา
สีดอหูพับ… สีดอหูพับ…
เขาอยากให้เจ้ากลับถิ่นภูผา
ทั้งที่เจ้ายืนยันเสมอมา
นี่คือป่าคือบ้านหลังสุดท้าย…
แด่… #สีดอหูพับ ผู้คืนกลับตลอดกาล
ประพันธ์โดย : ภักดี ไชยหัด
4 กุมภาพันธ์ 2569 ภูผาม่าน ขอนแก่น
” สู่โลกใบใหม่ที่ดี สีดอ หูพับ
“
ร่างใหญ่เย็นลงก่อนฟ้าสว่าง
เช้านี้ไม่มีเสียงหักกิ่งไม้
เงาป่าทอดยาวราวกับจะยื้อไว้
ร่างอ้วนกลมที่เคยเดินหากินไปมา
ไม่กลับมาอีกแล้ว
รอยเท้าที่หายไปจากผืนดิน
ถ่วงหัวใจของป่าและคนที่รักพับ
เหลือเพียงภาพจำสุดท้าย
ที่ร่างค่อยๆทรุดลง
อย่างอ่อนล้า
และไม่ลุกขึ้นอีก
เหมือนโลก
กำลังสะอึก
ความเงียบและความเศร้า
กอดกันอยู่ในป่าลึกของหัวใจ
สู่สัมปรายภพเด้อ #หูพับ
#รักช้างรักป่า
#เครือข่ายศิลปินเพื่อผืนป่าที่ราบสูง
#เดียร์เมืองแคน ประพันธ์โดย : เมืองแคน อิสระธรรม
ขอบคุณภาพประกอบจาก : เพจ ลุงเกรียง หมีแบกกล้อง
บทความโดย : Surin108 #สีดอหูพับ #ช้างป่า #คนกับช้าง #คืนสู่ดาวช้าง #RIPสีดอหูพับ #Surin108
Share this content:


