ปราสาทหินพิมาย: “ปฐมบท” แห่งอารยธรรมขอม ก่อนกาลกำเนิดนครวัด

ปราสาทหินพิมาย: “ปฐมบท” แห่งอารยธรรมขอม ก่อนกาลกำเนิดนครวัด


โดย: Surin108

ท่ามกลางกระแสธารแห่งข้อมูลข่าวสารที่เชี่ยวกรากในโลกยุคดิจิทัล และข้อถกเถียงเรื่องเขตแดนทางวัฒนธรรมที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นทางการเมืองระหว่างประเทศ เพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาได้มีการผุดข้อเรียกร้องที่สร้างความสับสนให้กับสังคมไทย ทั้งกรณีปราสาทตาเมือน-ตาควาย และล่าสุดคือกระแสการทวงคืน “ปราสาทหินพิมาย” โดยอ้างกรรมสิทธิ์ทางประวัติศาสตร์

ถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะต้องตั้งหลักให้มั่น ไม่ใช่ด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยวหรือชาตินิยมแบบตาบอด แต่ต้องตั้งหลักบน “ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์” (Historical Facts) ที่พิสูจน์ได้

ความจริงที่ว่า… ก่อนจะมี “มหาปราสาทนครวัด” อันยิ่งใหญ่เกรียงไกร อารยธรรมขอมโบราณได้ถือกำเนิด เติบโต และรุ่งเรืองอย่างถึงขีดสุดบน “ที่ราบสูงโคราช” มาก่อน และเพชรยอดมงกุฎแห่งอารยธรรมนั้นคือ “ปราสาทหินพิมาย” สถานที่ซึ่งเป็นต้นแบบ ทั้งผังเมือง สถาปัตยกรรม และจิตวิญญาณ ก่อนที่อิทธิพลเหล่านี้จะไหลบ่าลงสู่ลุ่มน้ำโตนเลสาบ

1. ไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์: พิมาย “พี่เกิดก่อน” นครวัด

หัวใจสำคัญของการโต้แย้งทางประวัติศาสตร์คือ “เวลา”

หากกางปฏิทินทางโบราณคดีดู เราจะพบความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ปราสาทหินพิมาย เริ่มสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 16 (ช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 16 ต่อเนื่องต้นพุทธศตวรรษที่ 17) ในรัชสมัยของ พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 และ พระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 1

ในขณะที่ “มหาปราสาทนครวัด” (Angkor Wat) ที่เมืองเสียมเรียบนั้น เริ่มสร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 17 (ราว พ.ศ. 1650-1693) ในรัชสมัยของ พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2

นั่นหมายความว่า ปราสาทหินพิมาย มีอายุแก่กว่านครวัดราว 50-100 ปี

สิ่งนี้ยืนยันว่า พิมายไม่ใช่สาขา ไม่ใช่เมืองบริวารที่รับวัฒนธรรมมาจากเมืองพระนครแล้วมาสร้างเลียนแบบ แต่พิมายคือศูนย์กลางอำนาจดั้งเดิมที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก่อนที่นครวัดจะถูกสร้างขึ้นเสียอีก การกล่าวหาว่าไทยไปยึดครองหรือขโมยศิลปะของเขามา จึงเป็นตรรกะที่วิบัติผิดเพี้ยนไปจากลำดับเวลาอย่างสิ้นเชิง

2. ราชวงศ์มหิธรปุระ: เลือดเนื้อเชื้อไขจาก “ลุ่มน้ำมูล” ผู้สร้างนครวัด

สิ่งที่คนไทยหลายคนอาจยังไม่ทราบ และเป็นกุญแจสำคัญที่ไขปริศนาทั้งหมด คือการกำเนิดของ “ราชวงศ์มหิธรปุระ”

นักประวัติศาสตร์และจารึกโบราณยืนยันตรงกันว่า ราชวงศ์มหิธรปุระ ซึ่งเป็นราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดราชวงศ์หนึ่งของอาณาจักรขอม และเป็นผู้สร้างความรุ่งโรจน์ให้กับยุคเมืองพระนคร (Angkor) นั้น มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ลุ่มแม่น้ำมูล ในภาคอีสานของไทยนี่เอง

ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์นี้ คือ พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 พระองค์ทรงสถาปนาอำนาจขึ้นที่เมืองพิมาย (วิมายะปุระ) ก่อนที่จะแผ่อิทธิพลลงไปปกครองเมืองพระนครในกัมพูชา ต่อมาเมื่อถึงรุ่นหลานของพระองค์ คือ พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 (ผู้สร้างนครวัด) พระองค์จึงนำเอาภูมิปัญญา ศิลปะ และวิทยาการการก่อสร้างปราสาทหินขนาดใหญ่ที่สั่งสมมาจากบรรพบุรุษในดินแดนอีสาน (พิมาย-พนมรุ้ง) ลงไปสร้างมหาปราสาทนครวัดอันยิ่งใหญ่

ดังนั้น หากจะพูดให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด: “นครวัด คือผลผลิตจากภูมิปัญญาของกษัตริย์ที่มีรากเหง้ามาจากแผ่นดินอีสาน” ศิลปะแบบนครวัด จึงมีพัฒนาการต่อยอดมาจากศิลปะแบบพิมาย ไม่ใช่ในทางกลับกัน

3. สถาปัตยกรรมต้นแบบ: จาก “วิมายะ” สู่ “อังกอร์”

ความคล้ายคลึงระหว่างพิมายกับนครวัด ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือการ “ส่งต่อ” อิทธิพลทางศิลปกรรม

  • ทรงปราสาท: องค์ปรางค์ประธานของพิมายที่มีลักษณะทรงพุ่ม หรือทรงดอกบัวตูมที่สง่างาม เป็นวิวัฒนาการที่ส่งอิทธิพลโดยตรงต่อรูปแบบของปรางค์ประธานที่นครวัด
  • แผนผังรูปกากบาท (Cruciform Plan): การออกแบบผังปราสาทที่มีมุขยื่นออกมาทั้ง 4 ทิศ เชื่อมต่อกันอย่างซับซ้อนและสมมาตร ที่พิมายปรากฏชัดเจนและสมบูรณ์แบบมาก่อน ซึ่งเทคนิคนี้ถูกนำไปขยายสเกลให้ใหญ่โตมโหฬารที่นครวัด
  • ระเบียงคด (Gallery): การสร้างระเบียงคดล้อมรอบศาสนสถาน เพื่อใช้เดินประกอบพิธีกรรมและสลักภาพเล่าเรื่อง ก็เป็นสิ่งที่พัฒนาอย่างชัดเจนที่พิมาย ก่อนจะไปปรากฏความอลังการที่นครวัด

หากนครวัดคือสถาปัตยกรรมที่สมบูรณ์แบบที่สุดของขอม ปราสาทหินพิมายก็คือ “ครู” ผู้เป็นต้นแบบแห่งความสมบูรณ์แบบนั้น

4. ปริศนาหน้าบันทิศใต้: ไม่ได้ก้มหัวให้ใคร แต่คือศูนย์กลางเครือข่าย

มักมีคำกล่าวอ้างผิดๆ ว่า “ปราสาทหินพิมายหันหน้าไปทางทิศใต้ เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อเมืองพระนคร (กัมพูชา)”

นี่คือความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

ตามคติความเชื่อ ปราสาทขอมมักหันหน้าไปทางทิศตะวันออก (ทิศแห่งพระอาทิตย์และการเกิด) แต่การที่พิมายหันหน้าลงทิศใต้นั้น นักวิชาการสันนิษฐานว่ามีเหตุผลสำคัญ 2 ประการ:

  1. ชัยภูมิเมือง: เพื่อรับกับแม่น้ำมูลที่ไหลผ่านทางทิศใต้ของเมือง ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมหลัก
  2. เครือข่ายอำนาจ (The Ancient Khmer Highway): เพื่อเชื่อมต่อกับ “ถนนโบราณ” (ราชมรรคา) ที่ตัดตรงจากเมืองพิมาย ลงไปสู่เมืองพระนคร ถนนสายนี้ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อให้พิมายเป็นเมืองขึ้น แต่สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมโยง “เครือข่ายเครือญาติ” ของราชวงศ์มหิธรปุระ ให้ไปมาหาสู่และบริหารจัดการอำนาจระหว่างเมืองหลวงเก่า (ถิ่นกำเนิด) กับเมืองหลวงใหม่ (ศูนย์กลางการปกครอง) ได้สะดวก

พิมายจึงไม่ได้หันหน้าเพื่อ “ยอมจำนน” แต่หันหน้าเพื่อประกาศสถานะความเป็น “เมืองหน้าด่านที่สำคัญที่สุด” และเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางอารยธรรมขอมในที่ราบสูงโคราช

5. พุทธศาสนา “นิกายมหายาน”: อัตลักษณ์ที่แตกต่าง

อีกหนึ่งหลักฐานที่ตอกย้ำความเป็นตัวของตัวเองของพิมาย คือ “ศาสนา”

ในขณะที่ปราสาทขอมส่วนใหญ่ (รวมถึงนครวัด) สร้างขึ้นในคติพราหมณ์-ฮินดู เพื่อบูชาพระศิวะหรือพระวิษณุ แต่ ปราสาทหินพิมาย เป็นพุทธสถานนิกายมหายาน

จารึกและภาพสลักที่พิมาย เต็มไปด้วยเรื่องราวของพุทธประวัติ และพระโพธิสัตว์ในคติมหายาน เช่น พระอมิตาภะพุทธเจ้า, พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร, และพระนางปรัชญาปารมิตา สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า ดินแดนพิมายมีรากฐานทางวัฒนธรรมและความเชื่อที่เข้มแข็งเป็นของตนเอง มีความเป็นอิสระทางความคิด และเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนามหายานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนที่กัมพูชาจะเปลี่ยนมานับถือพุทธเถรวาทในยุคหลังเสียอีก

บทสรุป: มรดกของแผ่นดิน ไม่ใช่เครื่องมือทางการเมือง

การที่รัฐมนตรีหรือนักการเมืองกัมพูชาบางกลุ่ม พยายามปลุกกระแสทวงคืนปราสาทหินในดินแดนไทย ไม่ว่าจะเป็น พิมาย พนมรุ้ง หรือกลุ่มปราสาทตาเมือน-ตาควาย สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามบิดเบือนประวัติศาสตร์เพื่อหวังผลทางการเมืองภายในของเขาเอง

แต่ประวัติศาสตร์ความจริง มีเพียงหนึ่งเดียว:

“ปราสาทหินพิมาย ตั้งอยู่บนแผ่นดินไทย สร้างขึ้นด้วยทรัพยากรบนแผ่นดินนี้ โดยฝีมือของบรรพชนที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้”

แม้รากฐานทางวัฒนธรรมขอม (Khmer Civilization) จะเป็นสิ่งที่แชร์ร่วมกันในภูมิภาค (Shared Heritage) แต่ความเป็นเจ้าของทางอธิปไตย (Sovereignty) เป็นเรื่องที่จบสิ้นไปนานแล้วตามเส้นพรมแดนรัฐชาติสมัยใหม่

การที่ไทยดูแล รักษา และบูรณะปราสาทหินพิมาย จนเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ที่งดงาม เป็นแหล่งเรียนรู้ของชาวโลก นั่นคือการทำหน้าที่เจ้าของบ้านที่สมบูรณ์แบบที่สุด

เราเคารพในอารยธรรมร่วม แต่เราต้องหนักแน่นในอธิปไตย

ปราสาทหินพิมาย คือความภาคภูมิใจของคนโคราช ของคนอีสาน และของคนไทยทุกคน

มันคือหลักฐานที่มีลมหายใจว่า… ณ ที่แห่งนี้ คืออู่อารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ และเป็น “ต้นธาร” แห่งศิลปะขอม ที่โลกต้องจารึกไว้ ไม่ใช่ในฐานะผู้ตาม แต่ในฐานะ “ผู้สร้าง” อย่างแท้จริง


เรียบเรียงโดย : Surin108

#ปราสาทหินพิมาย #ปราสาทขอม #นครวัด #ราชวงศ์มหิธรปุระ #ประวัติศาสตร์ไทย #ทวงคืนพิมาย #Surin108

Share this content:

เกี่ยวกับผู้เขียน

ปกติเป็นคน introvert แต่จะ Extrovert เมื่ออยู่กับเพื่อนในวงเล่า มีจิตนาการสูง ภูมิต้านทานต่ำ

You May Have Missed