เกษตรสุรินทร์เร่งสำรวจน้ำท่วม 4 อำเภอกว่า 3.8 หมื่นไร่ แจงขั้นตอนเกณฑ์เยียวยาเกษตรกร

เกษตรสุรินทร์เร่งสำรวจน้ำท่วม 4 อำเภอกว่า 3.8 หมื่นไร่ แจงขั้นตอนเกณฑ์เยียวยาเกษตรกร

เกษตรสุรินทร์เร่งสำรวจน้ำท่วม 4 อำเภอกว่า 3.8 หมื่นไร่ แจงขั้นตอนเกณฑ์เยียวยาเกษตรกร

สำนักงานเกษตรจังหวัดสุรินทร์เดินหน้าเร่งรัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจและประเมินความเสียหายจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 4 อำเภออย่างเร่งด่วน หลังเผชิญสภาวะฝนตกหนักต่อเนื่องและเกิดน้ำหลากเข้าท่วมขังพื้นที่การเกษตรระหว่างวันที่ 23-27 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบสร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องเกษตรกรเป็นวงกว้าง โดยจากการติดตามและประเมินสถานการณ์ในเบื้องต้นพบพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายแล้วกว่า 38,000 ไร่ มีเกษตรกรประสบภัยมากกว่า 5,200 ราย พร้อมกันนี้ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดได้เร่งชี้แจงขั้นตอน แนวทางปฏิบัติ และหลักเกณฑ์การขอรับความช่วยเหลือตามระเบียบราชการ เพื่อเตรียมจัดสรรเงินช่วยเหลือและมาตรการฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรให้แก่เกษตรกรอย่างครอบคลุมและรวดเร็วที่สุด

เผยข้อมูล 4 อำเภอประสบภัย น้ำหลากซัดนาข้าว-พืชไร่เสียหายหนัก

นางผ่องใส คงเกตุ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร สำนักงานเกษตรจังหวัดสุรินทร์ ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ว่า จากการรวบรวมข้อมูลสถานการณ์น้ำท่วมขังและน้ำหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร พบพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรวมทั้งสิ้น 4 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอพนมดงรัก อำเภอสังขะ อำเภอกาบเชิง และอำเภอปราสาท ครอบคลุมพื้นที่ความเสียหายรวม 11 ตำบล 90 หมู่บ้าน โดยมีพื้นที่ทางการเกษตรประสบภัยเบื้องต้นรวม 38,245 ไร่ และมีเกษตรกรได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้จำนวน 5,202 ราย

ทั้งนี้ การกระจายตัวของความเสียหายทางการเกษตรจำแนกตามประเภทพืชผล พบว่ากลุ่มพืชที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือพื้นที่นาข้าว ซึ่งได้รับความเสียหายกว่า 30,000 ไร่ เนื่องจากพื้นที่ปลูกข้าวส่วนใหญ่อยู่ในแนวเส้นทางน้ำหลากและพื้นที่ลุ่มต่ำ ถัดมาคือพื้นที่ปลูกพืชไร่ได้รับผลกระทบกว่า 5,000 ไร่ และกลุ่มไม้ผล ไม้ยืนต้น ได้รับผลกระทบกว่า 2,700 ไร่ โดยระดับความเสียหายในแต่ละจุดมีทั้งพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมขังจนได้รับความเสียหายอย่างสิ้นเชิง และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบชั่วคราวแต่ยังคงมีโอกาสฟื้นตัวได้หลังระดับน้ำลดลงสู่ภาวะปกติ

เร่งกระบวนการสำรวจใน 30 วัน เปิดขั้นตอนยื่นแบบ กษ 01

สำหรับความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือ ขณะนี้เจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอและเกษตรตำบลในพื้นที่ทั้ง 4 อำเภอ กำลังอยู่ระหว่างเร่งลงพื้นที่สำรวจและประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละแปลงเพาะปลูก โดยกระบวนการสำรวจทั้งหมดจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลาไม่เกิน 30 วัน เพื่อให้การรวบรวมข้อมูลมีความชัดเจน เป็นธรรม และถูกต้องตามความเป็นจริงมากที่สุด

ในส่วนของเงื่อนไขสำคัญ เกษตรกรที่จะได้รับสิทธิรับการพิจารณาช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการ จะต้องเป็นเกษตรกรที่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรและดำเนินการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตรเรียบร้อยแล้ว โดยมีขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือที่เกษตรกรผู้ประสบภัยสามารถปฏิบัติได้ตามลำดับ ดังนี้

  • ขั้นตอนที่ 1 การแจ้งข้อมูลความเสียหาย: เกษตรกรสามารถแจ้งข้อมูลความเสียหายในเบื้องต้นผ่านทางผู้นำหมู่บ้าน อาสาสมัครเกษตร หรือติดต่อประสานงานที่สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่
  • ขั้นตอนที่ 2 การยื่นเอกสารคำร้อง: ทำการกรอกและยื่นแบบ กษ 01 เพื่อยื่นความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือด้านพืชตามระเบียบราชการ
  • ขั้นตอนที่ 3 การตรวจสอบประเมินพื้นที่: เจ้าหน้าที่และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องจะลงพื้นที่ตรวจสอบแปลงเกษตรจริง เพื่อประเมินระดับความเสียหายตามข้อเท็จจริง
  • ขั้นตอนที่ 4 การเสนอพิจารณาอนุมัติ: เมื่อรวบรวมข้อมูลครบถ้วนแล้ว จะส่งเรื่องเสนอให้คณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติระดับอำเภอ หรือ กชพอ. พิจารณาอนุมัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดต่อไป

เปิดอัตราจ่ายชดเชย พร้อมมาตรการฟื้นฟูและแจกชีวภัณฑ์หลังน้ำลด

เกี่ยวกับหลักเกณฑ์และอัตราการจัดสรรเงินช่วยเหลือเกษตรกร กรณีที่พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายสิ้นเชิงจนไม่สามารถฟื้นฟูได้ ทางราชการได้กำหนดกรอบการช่วยเหลือไว้ไม่เกิน 30 ไร่ต่อราย โดยมีอัตราการช่วยเหลือจำแนกตามประเภทของพืช ดังต่อไปนี้

  • ข้าว: ช่วยเหลือในอัตราไร่ละ 2,240 บาท
  • พืชไร่และพืชผัก: ช่วยเหลือในอัตราไร่ละ 3,180 บาท
  • ไม้ผล ไม้ยืนต้น และพืชอื่น ๆ: ช่วยเหลือในอัตราไร่ละ 6,800 บาท

นอกจากมาตรการจ่ายเงินช่วยเหลือกรณีเสียหายสิ้นเชิงแล้ว สำนักงานเกษตรจังหวัดสุรินทร์ยังได้เตรียมมาตรการฟื้นฟูรองรับสำหรับเกษตรกรที่พืชผลทางการเกษตรได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง แต่ยังมีสภาพที่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ โดยทางสำนักงานเกษตรจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ให้คำแนะนำทางวิชาการเกี่ยวกับการดูแลรักษาและฟื้นฟูพืชหลังน้ำลด พร้อมทั้งเตรียมการสนับสนุนสารชีวภัณฑ์ โดยเฉพาะเชื้อราไตรโคเดอร์มา ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการนำไปใช้ควบคุมและป้องกันโรคพืช ตลอดจนเชื้อราต่าง ๆ ที่มักจะเข้าทำลายรากและลำต้นของพืชหลังเกิดภาวะน้ำท่วมขัง รวมถึงเตรียมสนับสนุนเมล็ดพันธุ์และพันธุ์ผักให้แก่เกษตรกร เพื่อนำไปใช้ปลูกทดแทนสร้างผลผลิตใหม่

ทั้งนี้ เกษตรกรในพื้นที่ประสบภัยที่มีข้อสงสัย หรือต้องการสอบถามข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติม ตลอดจนต้องการตรวจสอบสถานะการขึ้นทะเบียนเกษตรกรของตนเอง สามารถติดต่อสอบถามโดยตรงได้ที่สำนักงานเกษตรตำบล หรือสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ เพื่อรักษาสิทธิและเตรียมความพร้อมในการขอรับการช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการต่อไป

Share this content:

เกี่ยวกับผู้เขียน

ปกติเป็นคน introvert แต่จะ Extrovert เมื่ออยู่กับเพื่อนในวงเล่า มีจิตนาการสูง ภูมิต้านทานต่ำ

You May Have Missed