ขับรถตกหลุมถนนชำรุดเสียหาย ฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ รู้ให้ชัดฟ้องศาลไหนระหว่างศาลปกครองกับศาลแพ่ง

ขับรถตกหลุมถนนชำรุดเสียหาย ฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ รู้ให้ชัดฟ้องศาลไหนระหว่างศาลปกครองกับศาลแพ่ง

ขับรถตกหลุมถนนชำรุดเสียหาย ฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ รู้ให้ชัดฟ้องศาลไหนระหว่างศาลปกครองกับศาลแพ่ง

ปัญหาอุบัติเหตุจากสภาพพื้นผิวการจราจรชำรุดเสียหายหรือมีหลุมบ่อขนาดใหญ่ นับเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งบนท้องถนนและส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ขับขี่ ทำให้ยวดยานพาหนะเกิดความชำรุดเสียหาย หรืออาจรุนแรงจนนำไปสู่การบาดเจ็บทางร่างกาย ซึ่งตามหลักกฎหมายแล้ว ผู้เสียหายมีสิทธิ์เรียกร้องค่าชดเชยและค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากผู้มีหน้าที่รับผิดชอบได้ ทว่าหัวใจสำคัญที่สุดในการรักษาสิทธิ์ของตนเอง คือการทำความเข้าใจอย่างชัดเจนว่าจะต้องดำเนินคดีกับใคร และต้องยื่นฟ้องต่อศาลใดให้ถูกต้องตามเขตอำนาจศาล

แยกแยะประเภทเส้นทาง ถนนหลวงหรือทางส่วนบุคคล ชี้ชะตาฟ้องคนละศาล

สิ่งแรกที่ผู้ขับขี่และเจ้าของรถจะต้องพิจารณาเมื่อประสบเหตุรถยนต์ตกหลุมจนเสียหาย คือการตรวจสอบและระบุให้แน่ชัดว่าถนนเส้นที่เกิดเหตุนั้นจัดเป็นถนนประเภทใด และอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของหน่วยงานหรือบุคคลใด เนื่องจากประเภทของถนนจะเป็นตัวกำหนดว่าคดีดังกล่าวจะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลใด ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กรณีหลักอย่างชัดเจน

กรณีแรก คือ เหตุเกิดบน “ถนนหลวง” เช่น ทางหลวงแผ่นดิน หรือทางหลวงชนบท ซึ่งเป็นเส้นทางสาธารณะหลักที่ประชาชนใช้สัญจรทั่วไป เส้นทางเหล่านี้จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลและการรับผิดชอบของหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กรมทางหลวง หรือ กรมทางหลวงชนบท ดังนั้น หากเกิดความเสียหายจากการที่ถนนชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ ผู้เสียหายจะต้องนำคดีไปยื่นฟ้องต่อ “ศาลปกครอง” เนื่องจากมูลกรณีของคดีนี้เข้าข่ายเป็นการฟ้องร้องหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเนื่องมาจากการ “ละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ” ในการซ่อมบำรุงและดูแลรักษาความปลอดภัยของทางสาธารณะให้พร้อมใช้งานอย่างปลอดภัย

กรณีที่สอง คือ เหตุเกิดบน “ถนนในซอย” หรือ “ถนนส่วนบุคคล” เช่น เส้นทางสัญจรภายในโครงการหมู่บ้านจัดสรร หรือถนนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชน เส้นทางลักษณะนี้ผู้รับผิดชอบดูแลไม่ใช่หน่วยงานรัฐ แต่เป็น นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร หรือ เจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดิน แปลงนั้น ๆ หากเกิดอุบัติเหตุจนรถยนต์เสียหาย จะต้องนำเรื่องไปยื่นฟ้องร้องต่อ “ศาลแพ่ง” เพราะถือเป็นคดีพิพาทและการฟ้องร้องในประเด็นการละเมิดระหว่างเอกชนด้วยกันเอง ซึ่งต่างจากกรณีของทางหลวงสาธารณะอย่างสิ้นเชิง

รายการหลักฐานสำคัญที่ต้องเร่งรวบรวมทันทีหลังเกิดเหตุ

เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุบนถนนประเภทใดก็ตาม ความสำเร็จในการเรียกร้องสิทธิ์และดำเนินคดีขึ้นอยู่กับความครบถ้วนสมบูรณ์ของพยานหลักฐาน ผู้ประสบเหตุจึงจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลในที่เกิดเหตุทันทีอย่างรอบคอบ เพื่อใช้เป็นข้อเท็จจริงพิสูจน์ความเสียหายในชั้นศาล โดยมีหลักฐานสำคัญที่ต้องดำเนินการดังต่อไปนี้

  • ภาพถ่ายในจุดเกิดเหตุ: ผู้ขับขี่ต้องถ่ายภาพบันทึกสภาพหลุมบ่อ ความกว้าง ความลึก และลักษณะการชำรุดของถนนให้ชัดเจน รวมถึงภาพถ่ายความเสียหายของตัวรถทุกจุด ตลอดจนภาพถ่ายมุมกว้างที่แสดงให้เห็นสภาพแวดล้อมโดยรอบและป้ายบอกพิกัดบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อยืนยันว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้น ณ จุดดังกล่าวจริง
  • บันทึกประจำวันของเจ้าหน้าที่ตำรวจ: ภายหลังเกิดเหตุผู้เสียหายควรรีบเดินทางไปยังสถานีตำรวจในพื้นที่เพื่อแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เอกสารจากทางราชการนี้จะช่วยยืนยันวัน เวลา สถานที่ และรายละเอียดการเกิดเหตุอย่างเป็นทางการ
  • ใบเสร็จรับเงินค่าใช้จ่ายทั้งหมด: เอกสารสำคัญในการกำหนดมูลค่าการเรียกร้องค่าเสียหาย ได้แก่ ใบเสร็จค่าซ่อมรถ ใบเสนอราคาค่าอะไหล่ รวมถึงใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลทุกฉบับในกรณีที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยต้องจัดเก็บหลักฐานทางการเงินเหล่านี้ไว้อย่างครบถ้วน
  • ใบรับรองแพทย์: ในกรณีที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทกหรืออุบัติเหตุตกหลุม ต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาและขอใบรับรองแพทย์ที่ระบุอาการบาดเจ็บอย่างชัดเจน เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการฟ้องร้องเรียกค่าสินไหมทดแทน

เริ่มต้นให้ถูกทาง ตรวจสอบหน่วยงานดูแลก่อนยื่นเรื่อง

การดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายจากอุบัติเหตุถนนชำรุด ไม่อาจเริ่มต้นได้อย่างถูกต้องหากยังไม่ทราบแน่ชัดว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของใคร การตรวจสอบว่าเส้นทางนั้นเป็นทางหลวงแผ่นดิน ทางหลวงชนบท หรือทางส่วนบุคคล จึงเป็นบันไดขั้นแรกที่สำคัญที่สุด

หากผู้เสียหายตรวจสอบหน่วยงานผู้รับผิดชอบได้อย่างถูกต้อง ก็จะช่วยให้สามารถส่งหนังสือเรียกร้องหรือยื่นคำฟ้องได้ถูกตัวบุคคลและถูกศาลตามกระบวนการยุติธรรม ไม่เกิดความล่าช้าจากการยื่นฟ้องผิดเขตอำนาจศาล และทำให้การคุ้มครองสิทธิ์ของผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและได้รับความเป็นธรรมอย่างแท้จริง

Share this content:

เกี่ยวกับผู้เขียน

ปกติเป็นคน introvert แต่จะ Extrovert เมื่ออยู่กับเพื่อนในวงเล่า มีจิตนาการสูง ภูมิต้านทานต่ำ

Previous post

คลังเตือนผู้ยื่นทบทวนสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 5 ล้านราย เร่งแก้ข้อมูลใน 20 ก.ย. ก่อนรู้ผล 30 ก.ย. 69

Next post

สุรินทร์เปิดอบรมเลี้ยงไหมโครงการพันล้านแก้จน ชี้ผลิตเส้นไหมได้แค่ 3% เร่งหนุนเกษตรกรลดพึ่งพานอกพื้นที่

You May Have Missed