สลด อ.ปราสาท เด็กชายวัย 13 ปี จมน้ำเสียชีวิตในสระน้ำหลังวัดปราสาทวารี ตร.เร่งตรวจสอบ พร้อมเตือนผู้ปกครอง
เกิดเหตุการณ์สุดสะเทือนใจในพื้นที่อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 25 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปราสาท ได้รับแจ้งเหตุและเข้าตรวจสอบกรณีเด็กชายอายุ 13 ปี จมน้ำเสียชีวิต ณ บริเวณสระน้ำด้านหลังวัดปราสาทวารี บ้านพลวง อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ สร้างความโศกเศร้าเสียใจอย่างยิ่งแก่ครอบครัว โดยเจ้าหน้าที่ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการตามขั้นตอน พร้อมฝากเตือนไปยังผู้ปกครองให้เพิ่มความระมัดระวังในการดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิดเมื่ออยู่ใกล้แหล่งน้ำ
เจ้าหน้าที่ สภ.ปราสาท เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุและประสานงานตามขั้นตอน
จากกรณีเหตุการณ์ความสูญเสียดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรปราสาท ได้รับแจ้งเหตุในช่วงเช้าของวันที่ 25 สิงหาคม 2569 จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วน โดยจุดเกิดเหตุเป็นสระน้ำตั้งอยู่บริเวณด้านหลังวัดปราสาทวารี ในพื้นที่บ้านพลวง อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นเด็กชาย มีอายุเพียง 13 ปี
ภายหลังการเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปราสาท ได้ประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและปฏิบัติการตามขั้นตอนอย่างละเอียดรอบคอบ ท่ามกลางความตกใจและเศร้าสลดของครอบครัวผู้สูญเสีย ทั้งนี้ กองข่าว SURIN108 ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้
อุทาหรณ์เตือนใจผู้ปกครอง เฝ้าระวังบุตรหลานใกล้ชิดบริเวณแหล่งน้ำ
เหตุการณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้นบริเวณสระน้ำหลังวัดปราสาทวารีในครั้งนี้ ถือเป็นอุทาหรณ์และสัญญาณเตือนภัยที่สำคัญยิ่งสำหรับทุกครอบครัว โดยเฉพาะพื้นที่รอบแหล่งน้ำตามธรรมชาติ สระน้ำชุมชน หรือแหล่งน้ำใกล้ศาสนสถาน ซึ่งมักเป็นจุดที่เด็กและเยาวชนอาจเข้าถึงได้โดยง่ายในชีวิตประจำวัน
เจ้าหน้าที่ได้ฝากเตือนและเน้นย้ำไปยังพ่อแม่ ผู้ปกครอง รวมถึงผู้ดูแลเด็ก ให้เพิ่มความเอาใจใส่และสอดส่องดูแลพฤติกรรมของบุตรหลานอย่างเข้มงวดและใกล้ชิดที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหลีกเลี่ยงไม่ให้เด็กไปวิ่งเล่น หรืออยู่ใกล้บริเวณริมน้ำตามลำพัง เพราะอุบัติเหตุทางน้ำมักเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วในเวลาเพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น ความลึกของน้ำ ความลาดชันของตลิ่ง หรือความลื่นของพื้นผิว ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดเหตุไม่คาดคิดและนำมาซึ่งความสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น
แนวทางความปลอดภัยและการป้องกันอุบัติภัยทางน้ำในระดับชุมชน
ปัญหาอุบัติภัยทางน้ำในกลุ่มเด็กและเยาวชนถือเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนในสังคมต้องร่วมกันตระหนักและให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียซ้ำรอย การสร้างมาตรการความปลอดภัยในระดับพื้นที่จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยมีแนวทางปฏิบัติที่ชุมชนและครอบครัวสามารถร่วมมือกันได้ ดังนี้
- การสอดส่องและเฝ้าระวังจุดเสี่ยง: คนในชุมชนควรช่วยกันสังเกตบริเวณแหล่งน้ำ สระน้ำ หรือบ่อน้ำที่มีความลึก หากพบว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงที่เด็กอาจพลัดตกลงไปได้ ควรมีการประชาสัมพันธ์เตือนภัย หรือประสานผู้ดูแลพื้นที่เพื่อเพิ่มมาตรการกั้นแนวเขตความปลอดภัย
- การติดตั้งอุปกรณ์ช่วยเหลือฉุกเฉิน: การจัดเตรียมอุปกรณ์ช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานไว้ใกล้เคียงบริเวณแหล่งน้ำ เช่น ห่วงยาง แกลลอนพลาสติกผูกเชือก หรือไม้ยาว จะช่วยให้สามารถช่วยเหลือผู้ประสบเหตุได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
- การสร้างความรู้และความตระหนักแก่เด็ก: ปลูกฝังให้เยาวชนเข้าใจถึงอันตรายของการเข้าใกล้แหล่งน้ำลึก การเรียนรู้ทักษะเอาชีวิตรอดในน้ำ ตลอดจนหลักการช่วยเหลือเบื้องต้นที่ไม่แนะนำให้กระโดดลงไปช่วยด้วยตนเอง แต่ให้เน้นการตะโกนขอความช่วยเหลือ การโยน และการยื่นอุปกรณ์แทน
- การมีส่วนร่วมของคนในชุมชน: หากพบเห็นเด็กหรือเยาวชนอยู่ใกล้ขอบสระน้ำหรือพื้นที่เสี่ยงโดยไม่มีผู้ใหญ่คอยดูแล สมาชิกในชุมชนควรช่วยกันเข้าไปตักเตือนและแจ้งผู้ปกครองทันทีเพื่อความปลอดภัย
การจากไปของเด็กชายวัย 13 ปี ที่อำเภอปราสาทในครั้งนี้ นับเป็นบทเรียนราคาแพงที่ย้ำเตือนให้ทุกคนเห็นถึงความสำคัญของความปลอดภัยรอบตัวเด็ก ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยทั้งการดูแลอย่างใกล้ชิดจากผู้ปกครองและความร่วมมืออย่างเข้มแข็งของชุมชน เพื่อร่วมกันปกป้องดูแลชีวิตของเยาวชนไม่ให้ต้องประสบกับเหตุการณ์อันน่าเศร้าสลดเช่นนี้อีกต่อไป
Share this content: