สตจ.สุรินทร์ ฟันโรงเรียนทุจริต งัดเงินจ่ายเกินสัญญา-งบเหลือจ่ายใช้มิชอบ เสียหายกว่า 1 ล้าน ส่ง ป.ป.ช. เชือด
สำนักตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดสุรินทร์ (สตจ.สุรินทร์) ตรวจพบการกระทำทุจริตภายในสถานศึกษาแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ หลังตรวจสอบพบข้อเท็จจริงการนำเงินที่จ่ายเกินสัญญาและเงินงบประมาณเหลือจ่าย ซึ่งมีระเบียบกำหนดชัดเจนว่าต้องนำส่งคืนคลังทางราชการ ไปใช้ประโยชน์โดยมิชอบ สร้างความเสียหายแก่เงินแผ่นดินรวมเป็นมูลค่า 1,006,800 บาท ด้านหน่วยงานตรวจเงินแผ่นดินอาศัยอำนาจตามกฎหมาย สั่งการต้นสังกัดดำเนินการทางวินัยและบังคับชดใช้เงินคืน พร้อมส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
เปิดพฤติการณ์ตรวจพบ นำเงินจ่ายเกินสัญญาและงบเหลือจ่ายไปใช้มิชอบ
จากผลการตรวจสอบการบริหารจัดการงบประมาณและการใช้จ่ายเงินของสถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ โดยสำนักตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดสุรินทร์ ได้ตรวจพบความผิดปกติในการบริหารงานด้านการเงินของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งมีข้อเท็จจริงปรากฏชัดเจนถึงพฤติการณ์ในการนำเงินของทางราชการไปใช้โดยไม่มีสิทธิและไม่ชอบด้วยกฎหมาย
รายงานการตรวจสอบระบุว่า รายการเงินที่มีปัญหาดังกล่าวประกอบด้วย เงินที่จ่ายเกินสัญญา และ เงินเหลือจ่าย จากการดำเนินงานโครงการต่างๆ ซึ่งตามระเบียบแบบแผนของทางราชการและหลักการบริหารการเงินการคลังภาครัฐ เมื่อการเบิกจ่ายเสร็จสิ้นหรือมีเงินเหลือจากการดำเนินโครงการ จะต้องดำเนินการส่งคืนคลังแผ่นดินตามขั้นตอนและกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อรักษาเสถียรภาพและความถูกต้องของระบบงบประมาณแผ่นดิน
อย่างไรก็ดี ข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบเชิงลึกพบว่า เงินจำนวนดังกล่าวซึ่งต้องส่งคืนให้แก่ทางราชการ กลับถูกนำไปใช้ประโยชน์โดยมิชอบ ส่งผลให้เกิดความเสียหายทางการเงินแก่รัฐคิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมทั้งสิ้น 1,006,800 บาท ซึ่งการกระทำลักษณะนี้ถือเป็นการฝ่าฝืนระเบียบทางการเงินการคลังและเข้าข่ายการทุจริตต่อหน้าที่อย่างร้ายแรง
งัดอำนาจ พ.ร.ป.ตรวจเงินแผ่นดิน สั่งลงโทษวินัย-เรียกเงินคืนหลวง
ภายหลังจากการรวบรวมพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงเป็นที่แน่ชัด สำนักตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดสุรินทร์ จึงได้ใช้อำนาจหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ใน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2561 ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของรัฐและเรียกคืนความเสียหายที่เกิดขึ้น
ในขั้นแรก สตจ.สุรินทร์ ได้อาศัยอำนาจตาม มาตรา 95 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2561 ดำเนินการแจ้งเรื่องไปยังหน่วยงานต้นสังกัดของโรงเรียนดังกล่าว โดยมีมาตรการบังคับใช้ 2 ด้านหลัก ได้แก่:
- การดำเนินการทางวินัย: ให้หน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนและลงโทษทางวินัยแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดดังกล่าวตามขั้นตอนของกฎหมายว่าด้วยการบริหารงานบุคคล
- การเรียกชดใช้เงินคืนทางราชการ: สั่งการให้หน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการเรียกให้มีการชดใช้เงินที่นำไปใช้โดยมิชอบ จำนวน 1,006,800 บาท คืนกลับสู่ทางราชการอย่างครบถ้วนตามกระบวนการรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
มาตรการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อเป็นการตัดตอนความเสียหายทางการคลัง มิให้เงินงบประมาณแผ่นดินที่จัดสรรไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะและการศึกษาต้องสูญหายไปจากการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของผู้รับผิดชอบ
ส่งสำนวนต่อ ป.ป.ช. เอาผิดตามมาตรา 95 วรรคสอง ปัจจุบันอยู่ระหว่างไต่สวน
นอกเหนือจากการลงโทษทางวินัยและการชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งแล้ว เนื่องจากพฤติการณ์ดังกล่าวมีมูลของการทุจริตต่อหน้าที่ สำนักตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดสุรินทร์จึงได้ใช้อำนาจตาม มาตรา 95 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2561 ส่งเรื่องและพยานหลักฐานทั้งหมดไปยัง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในคดีทุจริตต่อไป
ขั้นตอนการส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ดำเนินการนั้น เป็นกระบวนการยุติธรรมในการเอาผิดทางอาญาและตรวจสอบการใช้อำนาจหน้าที่ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งปัจจุบันรายงานความคืบหน้าระบุว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการตามกระบวนการของสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อไต่สวนข้อเท็จจริงและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกรอบกฎหมายอย่างถึงที่สุด
การตรวจสอบพบการทุจริตในครั้งนี้สะท้อนถึงการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวดขององค์กรอิสระด้านการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะในส่วนของหน่วยงานทางการศึกษาที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาเยาวชน ซึ่งทุกภาคส่วนจำเป็นต้องยึดมั่นในความโปร่งใส ความถูกต้องตามระเบียบการเงินการคลัง และสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
Share this content: