ระทึกกลางดึก ไฟฉายคาดศีรษะระเบิดใส่หนุ่มวัย 16 ปี บาดเจ็บสาหัส ตาบอดมองไม่เห็น กู้ภัยรุดช่วยส่ง รพ.สุรินทร์

ระทึกกลางดึก ไฟฉายคาดศีรษะระเบิดใส่หนุ่มวัย 16 ปี บาดเจ็บสาหัส ตาบอดมองไม่เห็น กู้ภัยรุดช่วยส่ง รพ.สุรินทร์

ระทึกกลางดึก ไฟฉายคาดศีรษะระเบิดใส่หนุ่มวัย 16 ปี บาดเจ็บสาหัส ตาบอดมองไม่เห็น กู้ภัยรุดช่วยส่ง รพ.สุรินทร์

เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันสร้างความตกใจกลางดึกในพื้นที่ตัวเมืองสุรินทร์ เมื่ออุปกรณ์ส่องสว่างประจำตัวอย่างไฟฉายคาดศีรษะเกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง ส่งผลให้เยาวชนชายวัย 16 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส ตาทั้งสองข้างมองไม่เห็น มีแผลฉกรรจ์ที่ใบหน้าและขาทั้งสองข้าง เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสุรินทร์ต้องรุดเข้าให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างเร่งด่วน ก่อนนำตัวส่งต่อไปยังโรงพยาบาลสุรินทร์เพื่อรับการรักษา

กู้ภัยสุรินทร์รับแจ้งเหตุด่วน ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือเยาวชนบาดเจ็บ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงดึกของวันที่ 1 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 22.39 น. เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสุรินทร์ได้รับแจ้งประสานงานขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน หลังมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นในพื้นที่ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ โดยจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณด้านหลังโรงเรียนเทศบาล 3 จึงได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัย พร้อมนำรถพยาบาล 2 เจ้าหน้าที่รหัส กภ.30 และกลุ่มอาสาสมัครทดลองงาน ออกเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุในทันที ภายใต้การบันทึกข้อมูลการปฏิบัติงานเลขกระทรวง 209/09 เพื่อเข้าประเมินสถานการณ์และช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างทันท่วงที

เมื่อทีมกู้ภัยเดินทางถึงพื้นที่เกิดเหตุด้านหลังโรงเรียนเทศบาล 3 พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเพศชาย จำนวน 1 ราย อายุ 16 ปี นอนรอคอยความช่วยเหลืออยู่ โดยจากการสอบถามข้อมูลในเบื้องต้น ผู้ได้รับบาดเจ็บแจ้งว่าสาเหตุเกิดจากไฟฉายแบบคาดศีรษะที่ใช้งานอยู่เกิดการระเบิดขึ้นอย่างฉับพลัน ทำให้เกิดแรงอัดและประกายไฟพุ่งเข้าใส่ร่างกายโดยตรงจนได้รับบาดเจ็บ

บาดเจ็บหนักกระทบดวงตามองไม่เห็น มีแผลตามใบหน้าและขาทั้งสองข้าง

จากการเข้าตรวจสอบสภาพร่างกายของผู้บาดเจ็บในจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบว่าเยาวชนรายดังกล่าวมีอาการน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะบริเวณดวงตาที่ส่งผลให้ตาทั้งสองข้างมองไม่เห็นในขณะนั้น นอกจากนี้ยังพบบาดแผลที่ได้รับผลกระทบจากแรงระเบิดบริเวณใบหน้าและบริเวณขาทั้งสองข้าง อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังให้การดูแลและปฐมพยาบาลอยู่นั้น ผู้บาดเจ็บยังคงมีสติและรู้สึกตัวดีอยู่ตลอดเวลา

ทีมกู้ภัยสุรินทร์ได้ดำเนินการตามขั้นตอนการแพทย์ฉุกเฉินเบื้องต้น เพื่อระงับความเจ็บปวด ดูแลรักษาบาดแผลภายนอก และป้องกันภาวะแทรกซ้อนอย่างระมัดระวังที่สุด เนื่องจากเป็นบาดแผลที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะสำคัญอย่างดวงตาและใบหน้า จากนั้นจึงรีบลำเลียงผู้บาดเจ็บขึ้นรถพยาบาลและนำส่งต่อไปยังห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลสุรินทร์ เพื่อให้ทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ทำการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด รักษาอาการบาดเจ็บทางสายตา และเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิดต่อไป

บทเรียนเตือนภัยเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์แบตเตอรี่ที่ต้องระวัง

จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ถือเป็นกรณีอุทาหรณ์เตือนภัยที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับประชาชนทั่วไปเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์พกพา โดยเฉพาะอุปกรณ์ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ที่ต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ เช่น ไฟฉายคาดศีรษะ แบตเตอรี่สำรอง หรืออุปกรณ์ส่องสว่างต่างๆ ซึ่งมักถูกสวมใส่หรือใช้งานแนบชิดกับร่างกายและใบหน้า หากอุปกรณ์เหล่านั้นมีความผิดปกติ เสื่อมสภาพ ชำรุด หรือไม่ได้มาตรฐาน อาจนำไปสู่อันตรายที่ไม่คาดคิดได้

สำหรับแนวทางการป้องกันและข้อพึงระวังในการใช้งานอุปกรณ์ประเภทดังกล่าว ผู้บริโภคควรปฏิบัติตามหลักความปลอดภัย ดังนี้

  • ตรวจสอบสภาพอุปกรณ์สม่ำเสมอ: หมั่นสังเกตความผิดปกติทางกายภาพ เช่น ตัวเครื่องหรือแบตเตอรี่มีอาการบวม มีรอยแตกร้าว กลิ่นไหม้ หรือมีน้ำยาเคมีรั่วซึมออกมาหรือไม่
  • หยุดใช้งานทันทีเมื่อพบสิ่งผิดปกติ: หากพบว่าอุปกรณ์มีความร้อนสูงผิดปกติขณะชาร์จไฟหรือระหว่างใช้งาน มีเสียงดังแปลกปลอม หรือมีอาการติดๆ ดับๆ ควรหยุดใช้งานทันที และนำไปตรวจสอบหรือซ่อมแซมโดยผู้เชี่ยวชาญก่อนนำกลับมาใช้อีกครั้ง
  • หลีกเลี่ยงการดัดแปลงอุปกรณ์: ไม่ควรดัดแปลงวงจรไฟฟ้าหรือเปลี่ยนไปใช้แบตเตอรี่ที่ไม่ได้มาตรฐาน เพราะอาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรหรือความร้อนสะสมจนเกิดการระเบิดได้

ทั้งนี้ สำหรับประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ หากประสบเหตุฉุกเฉิน อุบัติเหตุ หรือต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์ตลอด 24 ชั่วโมง สามารถโทรศัพท์แจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือฉุกเฉินได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 044-518600 หรือสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าระงับเหตุและช่วยเหลือชีวิตได้อย่างทันท่วงที

Share this content:

เกี่ยวกับผู้เขียน

ปกติเป็นคน introvert แต่จะ Extrovert เมื่ออยู่กับเพื่อนในวงเล่า มีจิตนาการสูง ภูมิต้านทานต่ำ

Previous post

กองทัพบกแจงปมแม่ค้ากัมพูชาตลาดช่องจอม ยันตรวจสอบแล้วเป็นร้านคนไทย ชี้สื่อออนไลน์ทำเข้าใจคลาดเคลื่อน

Next post

สุรินทร์ประชุมคณะกรรมการพิจารณาอนุญาตตามมาตรา 9 ประมวลกฎหมายที่ดิน ครั้งที่ 1/2569 ยึดประโยชน์ส่วนรวม

You May Have Missed