โค้งสุดท้าย “พรรคส้ม” แผ่วปลาย? หรือนี่คือสภาวะ “คบเด็กสร้างบ้าน” เมื่อคิดจะรื้อโครงสร้าง แต่ไร้คนทำงาน
เข้าสู่ช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนวันชี้ชะตาเลือกตั้ง บรรยากาศการ “ปั่นกระแส” กำลังดุเดือด โดยเฉพาะ 3 พรรคใหญ่ “น้ำเงิน-แดง-ส้ม” ที่ดูจะมีแรงขับเคลื่อนมากที่สุด แต่เมื่อเจาะลึกลงไปใน “พรรคส้ม” กลับพบสัญญาณบ่งชี้ว่า กระแสที่เคยโหมกระพืออาจเป็นเพียงภาพลวงตาจากเมืองหลวง
เมื่อ “กระแส” ไร้ “รากฐาน” ต่างจากพรรคน้ำเงินและแดงที่มีฐานจัดตั้งและเครือข่ายแกนนำในพื้นที่แน่นปึ้ก พรรคส้มกลับเลือกใช้ยุทธวิธีเดิมคือ “ปั่นกระแสจากกรุงเทพฯ” หวังให้แรงกระเพื่อมส่งไปถึงหัวเมืองต่างจังหวัด แต่ดูเหมือนมนต์ขลังจะเสื่อมลง แคมเปญ “The Professional” ที่หวังเปิดตัวทีมงานมืออาชีพกลับเงียบกริบจนน่าใจหาย ทำให้สุดท้ายต้องวนเวียนใช้บริการหน้าเดิมๆ อย่าง โรม, วิโรจน์, ไอซ์ และ ธนาธร ที่วิ่งรอกขึ้นเวทีพูดบทเดิมๆ เหมือนท่องจำ

“พิธา” หมดแสง-กระแสทหารตีกลับ แม้จะพยายามดึง “พิธา” กลับมาช่วยกู้สถานการณ์ในช่วงโค้งสุดท้าย หวังผลแบบ “ดาราหน้าเวที” เหมือนปี 66 แต่ดูเหมือนบริบทสังคมจะเปลี่ยนไป วาทกรรม “ทหารมีไว้ทำไม” กำลังย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง เมื่อประชาชนเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของความมั่นคง หากให้เลือกระหว่าง “พิธาเดินโชว์ตัว” กับ “ทหารรั้วของชาติ” นาทีนี้พวงมาลัยอาจไม่ได้คล้องคอพรรคส้มง่ายเหมือนเก่า
จะรื้อบ้าน…แต่ช่างมีแค่หยิบมือ? ประเด็นที่น่าขบคิดที่สุดคือ พรรคที่ประกาศก้องว่าจะ “รื้อโครงสร้างประเทศ” ทำไมถึงมีทรัพยากรบุคคลอยู่เพียงหยิบมือ? หากพรรคส้มชนะจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว สภาพคงดูไม่จืด:
- ไอซ์ รักชนก อาจต้องคุมกระทรวงแรงงาน (อยู่เบื้องหลัง เพราะอายุไม่ถึงเกณฑ์)
- โรม คุมตำรวจ (เพราะรู้เรื่องตั๋วช้าง)
- วิโรจน์ คุมกลาโหม (คู่ปรับตลอดกาลของกองทัพ)
- เท้ง ณัฐพงษ์ นั่งนายกฯ หุ่นเชิด โดยมี ธนาธร เป็นนายกฯ ตัวจริง
บทสรุป: คบเด็กสร้างบ้าน? การเมืองเก่าอาจไม่ได้ดี 100% แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเขามีองคาพยพที่ขับเคลื่อนได้จริง ต่างจากพรรคส้มที่มีคนทำงานแค่ราว 500 คน (แถมมีคนเทาๆ ปนอยู่ด้วย) การจะฝากความหวังในการ “สร้างใหม่” ไว้กับกลุ่มคนที่ยังขาดประสบการณ์และกำลังคน จึงไม่ต่างอะไรกับสำนวนโบราณที่ว่า “คบเด็กสร้างบ้าน” ซึ่งรังแต่จะพาบ้านเมืองไปสู่ความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น.
Ref. ชูวิทย์ กมลวิสิทธิ์
Share this content:


