ภาษากูย VS ภาษาเขมร: ไขความลับภาษาแห่ง “เขมรป่าดง” สุรินทร์
หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า “เขมรป่าดง” ในจังหวัดสุรินทร์พูดภาษาเขมร แต่ความจริงแล้วพวกเขาส่วนใหญ่พูดภาษากูย ซึ่งเป็นภาษาที่แตกต่างจากภาษาเขมรอย่างสิ้นเชิง แม้จะอยู่ในตระกูลภาษาเดียวกันคือ ออสโตรเอเชียติก (มอญ-เขมร) แต่ทั้งสองภาษานี้มีความแตกต่างกันมากจนผู้ที่ไม่ได้เรียนรู้ภาษาของอีกฝ่าย “ไม่สามารถสื่อสารกันได้รู้เรื่อง” บทความนี้จะพาไปสำรวจความแตกต่างที่น่าสนใจของภาษากูยและภาษาเขมรในบริบทของกลุ่มเขมรป่าดง
สายวิวัฒนาการทางภาษาที่แยกจากกัน
ความแตกต่างประการแรกอยู่ที่สายวิวัฒนาการทางภาษา ภาษากูยจัดอยู่ในกลุ่มย่อย “กะตู (Katuic)” ซึ่งเป็นพี่น้องกับภาษาบรูหรือโซ่ ในขณะที่ภาษาเขมรจัดอยู่ในกลุ่มย่อย “ขะแมร์ (Khmeric)” การที่ราชสำนักสยามเรียกรวมว่า “เขมรป่าดง” นั้น เป็นการเรียกตามลักษณะภูมิศาสตร์และหน้าที่การส่งส่วย ไม่ได้แยกแยะตามหลักภาษาศาสตร์ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด
ระบบการเขียนและวรรณยุกต์
ภาษาเขมรมีระบบตัวอักษรและการจารึกที่เก่าแก่ยาวนาน ในขณะที่ภาษากูยเป็น “ภาษาพูด” ที่ไม่มีตัวอักษรใช้บันทึกมาแต่โบราณ มีตำนานเล่าว่า “สุนัขกินแผ่นหนังจารึกตัวหนังสือไป” นอกจากนี้ ภาษากูยในประเทศไทยยังมีระบบการออกเสียงที่ซับซ้อน โดยบางสำเนียงมีถึง 6 หน่วยเสียง (Tones/Registers) เพื่อแยกความหมายคำ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
“ภาษาผีปะกำ”: ภาษาพิเศษของชาวกูย
จุดที่น่าสนใจคือ ชาวกูยมีภาษาเฉพาะกิจที่เรียกว่า “ภาษาผีปะกำ” หรือภาษาช้าง ซึ่งใช้สื่อสารระหว่างควาญกับช้างและสิ่งศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น ภาษานี้เป็นการผสมผสานคำจากภาษาบาลี-สันสกฤต ภาษาเขมรโบราณ และภาษากูยเข้าด้วยกัน ซึ่งชาวเขมรทั่วไปฟังไม่เข้าใจ
สรุปคือ “เขมรป่าดง” เป็นชื่อทางปกครอง แต่ในทางภาษาศาสตร์ ภาษากูยและภาษาเขมรเป็นคนละภาษากันอย่างชัดเจนครับ

Share this content:


