บทความเจาะลึก (ตอน 2): ทำไมรัฐถึงปล่อยเบลอ? และอาถรรพ์ “กู้เงินต้องแถมซองขาว”
หลังจากที่เราคุยกันไปแล้วว่า “ฌาปนกิจไม่ใช่เงินฝาก” หลายคนคงมีคำถามในใจดังๆ ว่า “อ้าว! แล้วทำไมหน่วยงานรัฐถึงปล่อยให้ชาวบ้านเข้าใจผิดกันอยู่ได้?” แถมเวลาจะไปกู้เงินแบงก์รัฐ (อย่าง ธกส.) ทีไร ทำไมต้องโดนบังคับให้สมัครสมาคมฌาปนกิจทุกที?
วันนี้ Surin108 จะพามาดูเบื้องลึกเบื้องหลังที่ไม่มีใครบอกคุณครับ
1. ทำไมรัฐถึงยังแก้ปัญหาความเข้าใจผิดไม่ได้?
คำตอบแบบกำปั้นทุบดินคือ “กฎหมายมี แต่คนบังคับใช้อ่อนแอ” ครับ
- กระจายอำนาจหรือกระจายปัญหา?: กฎหมาย (พ.ร.บ. การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545) มอบอำนาจให้ “ท้องถิ่น” (เทศบาล/อบต.) เป็นนายทะเบียน ซึ่งในทางปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอาจเกรงใจผู้มีอิทธิพลในสมาคม หรือขาดความรู้ความเข้าใจในการตรวจสอบบัญชี ทำให้การกำกับดูแลหย่อนยาน
- วัฒนธรรม “ทำบุญ” บังตา: สังคมไทยมองเรื่องนี้เป็น “การกุศล” ใครไปแตะต้องหรือไปตรวจสอบเข้มงวด ก็จะถูกมองว่า “ไปขัดขวางการทำบุญ” รัฐจึงมักจะเข้ามาแก้ปัญหาตอนที่ “วัวหายแล้วล้อมคอก” (คือตอนที่สมาคมล้มแล้ว หรือกรรมการเชิดเงินหนีแล้ว)
2. กรณี ธกส. บังคับเข้าสมาคม ไม่งั้นกู้ไม่ผ่าน จริงหรือ?
นี่คือเรื่องที่พี่น้องเกษตรกรเจอกันแทบทุกคนครับ ความจริงมี 2 ด้านเสมอ:
- มุมของธนาคาร (เหตุผลความจำเป็น): เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันที่มั่นคง ถ้าเกิดเสียชีวิตขึ้นมา หนี้จะกลายเป็นหนี้เสีย (NPL) ทันที ครั้นจะให้ทำ “ประกันชีวิต” กับบริษัทเอกชน เบี้ยก็แพงหูฉี่และไม่รับคนแก่ ดังนั้น “สมาคมฌาปนกิจลูกค้า ธกส.” จึงถูกตั้งขึ้นมาเพื่อเป็น “หลักประกันความเสี่ยง” (ทางอ้อม) ว่าถ้าลูกค้าตาย อย่างน้อยก็มีเงินก้อนนี้มาปิดหนี้ ไม่ทิ้งภาระให้ลูกหลาน
- มุมของกฎหมาย (สิทธิผู้บริโภค): ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุชัดเจนว่า “ห้ามบังคับขายผลิตภัณฑ์พ่วง” (เช่น ห้ามบังคับทำประกัน หรือบังคับเข้าสมาคมแลกกับการอนุมัติสินเชื่อ) แต่… ในทางปฏิบัติ เจ้าหน้าที่สินเชื้อมักจะใช้คำพูดเชิงจิตวิทยาว่า “ถ้าสมัครสมาคมด้วย เรื่องก็จะอนุมัติง่ายขึ้นนะครับ เพราะมีความมั่นคง” ทำให้ชาวบ้านไม่กล้าปฏิเสธ
3. ทิศทางในอนาคต: “ระเบิดเวลา” ลูกใหญ่
เรื่องนี้จะเป็นอย่างไรต่อ? ผู้เขียนมองว่าเรากำลังนั่งทับระเบิดเวลาครับ เพราะ:
- สังคมผู้สูงอายุเต็มขั้น: สมาชิกสมาคมส่วนใหญ่คือคนแก่ คนตายนับวันยิ่งเยอะขึ้น
- คนรุ่นใหม่ไม่เอาด้วย: เด็กยุคใหม่ไม่นิยมสมัครฌาปนกิจแล้ว เขาหันไปซื้อประกันชีวิต หรือประกันอุบัติเหตุแทน
- ผลลัพธ์: เมื่อ “คนตายเยอะขึ้น” (เงินไหลออก) แต่ “คนสมัครใหม่น้อยลง” (เงินไหลเข้าลดลง) –> ค่าศพที่เคยได้ศพละแสน อาจจะเหลือแค่ศพละ 2-3 หมื่นบาทในอนาคต หรือสมาคมอาจถึงขั้นล้มละลายเพราะหมุนเงินไม่ทัน
💡 ข้อแนะนำสำหรับชาวบ้าน (Surin108 แนะนำ)
- รู้ทันสิทธิ: ท่านมีสิทธิถามเจ้าหน้าที่ตรงๆ ว่า “ถ้าไม่สมัครสมาคม กู้ผ่านไหม?” หรือ “มีทางเลือกอื่นไหม?” (เช่น ใช้ลูกหลานค้ำ หรือใช้หลักทรัพย์อื่น)
- อย่าหวังน้ำบ่อหน้า: สำหรับกรณี ธกส. ให้มองว่ามันคือ “ค่าคุ้มครองหนี้” ครับ จ่ายเพื่อไม่ให้ลูกหลานลำบากตอนเราตาย (เอาเงินฌาปนกิจมาหักหนี้ ธกส.) ถ้าคิดแบบนี้จะสบายใจกว่า
- เตือนภัย: หากมีใครมาชวนสมัครสมาคมใหม่ๆ ที่บอกว่า “ส่งน้อย ได้เยอะ ตายปุ๊บได้ล้าน” ให้ระวังไว้เลยว่าเป็น “แชร์ลูกโซ่” แฝงมาในรูปแบบฌาปนกิจครับ!
สรุปสั้นๆ: ฌาปนกิจ คือเครื่องมือ “เฉลี่ยภัย” ไม่ใช่เครื่องมือ “ออมเงิน” และธนาคารใช้มันเพื่อ “ประกันหนี้” ไม่ใช่เพื่อ “สวัสดิการ” ของเราจริงๆ… รู้เท่าทันไว้ จะได้ไม่เจ็บใจทีหลังครับ!
กลับไปอ่านตอนที่ 1 : เตือนภัยความเข้าใจผิด! “ฌาปนกิจสงเคราะห์” ไม่ใช่ “ธนาคาร” ส่งไปแล้วไม่ได้คืน… จริงหรือ?
Share this content:


