เตือนภัยความเข้าใจผิด! “ฌาปนกิจสงเคราะห์” ไม่ใช่ “ธนาคาร” ส่งไปแล้วไม่ได้คืน… จริงหรือ?
พี่น้องชาวสุรินทร์เคยได้ยินคำนี้ไหมครับ? “ส่งฌาปนกิจมาตั้ง 10 ปี หมดเงินไปหลายหมื่น ถ้าลาออกตอนนี้จะได้เงินคืนเท่าไหร่?”
ถ้าใครกำลังคิดแบบนี้ ขออนุญาตบอกตรงนี้เลยครับว่า “ท่านกำลังเข้าใจผิดอย่างแรง!” เพราะเงินที่ท่านจ่ายไปทุกเดือนนั้น มันไม่ใช่เงินฝาก แต่มันคือ “เงินช่วยงานศพ” ที่ท่านควักจ่ายให้เพื่อนสมาชิกที่เสียชีวิตไปแล้วต่างหากครับ
วันนี้ Surin108 จะมาไขข้อข้องใจ และเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดๆ ระหว่าง “ฌาปนกิจหมู่บ้าน” กับ “ประกันชีวิต” ว่าแบบไหนเหมาะกับเรา และมีข้อดี-ข้อเสียต่างกันอย่างไร?
1. ความเข้าใจผิดเรื่อง “เงินสะสม”
หลายคนคิดว่า การจ่ายเงินฌาปนกิจ คือการเอาเงินไปฝากสะสมไว้กับสมาคม รอวันตายแล้วลูกหลานจะได้คืนพร้อมดอกเบี้ย
❌ ความจริงคือ: ระบบฌาปนกิจ คือระบบ “เพื่อนช่วยเพื่อน” ครับ
- สมมติสมาคมมี 1,000 คน ตกลงกันว่าเก็บศพละ 100 บาท
- เดือนนี้มีคนตาย 5 คน ท่านต้องควักเงินจ่าย 500 บาท
- เงิน 500 บาทนี้ “วิ่งไปหาครอบครัวคนตายทันที” ไม่ได้ถูกเก็บไว้ในบัญชีชื่อท่าน
- ดังนั้น: เงินที่จ่ายไป คือ “จ่ายทิ้ง” (เพื่อทำบุญช่วยคนอื่น) ไม่ใช่ “เงินออม” หากท่านลาออกหรือหยุดส่ง ท่านจะไม่ได้เงินคืนแม้แต่บาทเดียว เพราะเงินนั้นถูกนำไปใช้จัดงานศพให้คนอื่นไปหมดแล้วครับ
2. เปรียบเทียบหมัดต่อหมัด: ฌาปนกิจสงเคราะห์ VS ประกันชีวิต
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เรามาดูตารางเปรียบเทียบกันครับว่า 2 อย่างนี้ต่างกันอย่างไร
| หัวข้อเปรียบเทียบ | ☠️ ฌาปนกิจสงเคราะห์ (ชาวบ้าน) | 🏥 ประกันชีวิต (บริษัทเอกชน) |
| ลักษณะการจ่ายเงิน | “จ่ายเมื่อมีคนตาย” (ไม่แน่นอน เดือนไหนตายเยอะ จ่ายเยอะ) | “เบี้ยคงที่” (รู้ล่วงหน้าว่าต้องจ่ายปีละเท่าไหร่) |
| ความแน่นอนของเงิน | ไม่แน่นอน (ขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกที่เหลืออยู่ ถ้าสมาชิกลาออกเยอะ เงินที่ได้ก็น้อยลง) | แน่นอน 100% (ระบุในสัญญาชัดเจนว่าตายแล้วได้กี่แสน/กี่ล้าน) |
| ถ้าลาออกกลางคัน | ไม่ได้เงินคืนเลย (สูญเปล่า) | อาจมีเงินคืน (ถ้าเป็นกรมธรรม์แบบสะสมทรัพย์ จะมี “มูลค่าเวนคืน” ตามปีที่ส่ง) |
| ความมั่นคง | มีความเสี่ยง สมาคมอาจล้มได้ ถ้าบริหารไม่ดี หรือคนรุ่นใหม่ไม่เข้า | มั่นคงสูง มีกฎหมาย (คปภ.) รับรอง บริษัทล้มยากกว่า |
| การสมัคร | เข้าง่าย ส่วนใหญ่ไม่ตรวจสุขภาพ รับคนแก่ | เข้ายากกว่า ต้องตรวจสุขภาพ มีโรคประจำตัวอาจไม่รับ หรือเบี้ยแพง |
3. เจาะลึกข้อดี-ข้อเสีย
🟢 สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์
- ข้อดี:
- สมัครง่าย ไม่ต้องตรวจสุขภาพ คนเฒ่าคนแก่ที่มีโรคประจำตัวก็ทำได้
- ได้บุญช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในชุมชนเดียวกัน
- เบี้ยต่องวดดูเหมือนน้อย (แต่ถ้ารวมทั้งปีอาจจะเยอะ)
- ข้อเสีย:
- ความเสี่ยงสูง: ถ้ากรรมการทุจริต หรือบริหารผิดพลาด สมาคมปิดตัว = สูญเงินฟรี
- สังคมผู้สูงอายุ: ปัจจุบันคนตายน้อยกว่าคนสมัครใหม่ ทำให้ยอดเงินที่คนข้างหลังได้รับ “ลดลงเรื่อยๆ”
- จ่ายเบี้ยไม่จบสิ้น: ต้องจ่ายไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะตาย (ไม่มีกำหนดว่าส่ง 20 ปีแล้วหยุด)
🔵 ประกันชีวิต (แบบตลอดชีพ/สะสมทรัพย์)
- ข้อดี:
- การันตีเงินก้อน: ระบุชัดเจนในสัญญา ไม่ผันผวนตามจำนวนคน
- วางแผนได้: กำหนดระยะเวลาจ่ายได้ (เช่น จ่าย 20 ปี คุ้มครองถึงอายุ 99)
- มีสภาพคล่อง: กรมธรรม์บางแบบกู้เงินตัวเองมาใช้ได้ หรือเวนคืนได้เงินก้อนบ้าง
- ข้อเสีย:
- เงื่อนไขเยอะ: ผู้สูงอายุหรือคนมีโรคประจำตัวทำยาก หรือเบี้ยแพงมาก
- ภาระผูกพัน: ต้องมีวินัยจ่ายเบี้ยก้อนใหญ่รายปี ถ้าขาดส่ง กรมธรรม์อาจขาดอายุ
บทสรุป: ควรเลือกแบบไหน?
แนะนำว่า “อย่าเทหมดหน้าตักไว้ที่เดียว” ครับ
- ฌาปนกิจ: ทำไว้เพื่อสังคม ช่วยเหลือคนในชุมชน แต่ต้องทำใจว่าเงินที่จ่ายไปคือ “การทำบุญ” อย่าหวังเป็นเงินฝาก และควรเลือกสมาคมที่จดทะเบียนถูกต้อง ตรวจสอบบัญชีได้
- ประกันชีวิต: ถ้าพอมีกำลังทรัพย์ และสุขภาพยังดี ควรทำประกันชีวิตหลักไว้สัก 1 ฉบับ เพื่อเป็นหลักประกันที่มั่นคงจริงๆ ให้ลูกหลาน เพราะอันนี้กฎหมายคุ้มครอง เงินไม่หายแน่นอนครับ
จำไว้นะครับ… ฌาปนกิจ คือ “การเฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข” ไม่ใช่ “การฝากเงินกินดอกเบี้ย” เข้าใจให้ถูก จะได้วางแผนการเงินกันได้ถูกต้องนะครับพี่น้องชาวสุรินทร์!
#ฌาปนกิจสงเคราะห์ #ประกันชีวิต #ความรู้การเงิน #เตือนภัยชาวบ้าน #Surin108
อ่านต่อตอนที่ 2 : บทความเจาะลึก (ตอน 2): ทำไมรัฐถึงปล่อยเบลอ? และอาถรรพ์ “กู้เงินต้องแถมซองขาว”
Share this content:


