ปธ.ศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทองสุรินทร์ เตือนแก้ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพฯ หวั่นกระทบถ่วงดุลบอร์ด สปสช.

ปธ.ศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทองสุรินทร์ เตือนแก้ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพฯ หวั่นกระทบถ่วงดุลบอร์ด สปสช.

ปธ.ศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทองสุรินทร์ เตือนแก้ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพฯ หวั่นกระทบถ่วงดุลบอร์ด สปสช.

ประธานศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทองจังหวัดสุรินทร์ แสดงความกังวลต่อข้อเสนอแก้กฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ชี้เปรียบเสมือนการกลัดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก หวั่นการปรับสัดส่วนคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบอร์ด สปสช. โดยเพิ่มสัดส่วนเสียงกลุ่มผู้ให้บริการสาธารณสุขจะกระทบต่อกลไกการถ่วงดุลอำนาจ จนอาจส่งผลให้สิทธิประโยชน์รักษาพยาบาลถูกตัดทอนหรือเกิดการร่วมจ่าย ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อกลุ่มเปราะบาง พร้อมเสนอให้แก้ไขปัญหาทางการเงินของโรงพยาบาลที่ต้นเหตุของการจัดสรรงบประมาณก่อนคิดแก้กฎหมาย

หวั่นเสียสมดุลบอร์ด สปสช. ส่อกระทบสิทธิประโยชน์และการเข้าถึงการรักษา

นางมีนา ดวงราษี ประธานศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทองจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยถึงกรณีข้อเสนอแก้ไขกฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ของคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา โดยระบุว่ากระบวนการดังกล่าวเข้าข่ายการกลัดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตถึงบทบาทของคณะกรรมาธิการในการริเริ่มเสนอแก้กฎหมาย รวมถึงความจำเป็นเร่งด่วนว่าข้อเสนอในแต่ละประเด็นนั้นได้ตอบโจทย์และรักษาผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริงหรือไม่

ประธานศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทองจังหวัดสุรินทร์ ระบุว่า โครงสร้างของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ทั้งเรื่องการกำหนดชุดสิทธิประโยชน์ การบริหารจัดการกองทุน และการจัดบริการสุขภาพเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างครอบคลุมและเท่าเทียมนั้น ล้วนขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ซึ่งโครงสร้างปัจจุบันประกอบไปด้วยตัวแทนจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาคประชาชน ภาคผู้ให้บริการ และนักวิชาการ เพื่อร่วมกันอภิปราย ถ่วงดุลความคิดเห็น และตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างรอบด้าน

อย่างไรก็ดี ข้อเสนอที่จะปรับเปลี่ยนโครงสร้างคณะกรรมการโดยเปิดทางให้กลุ่มผู้ให้บริการสาธารณสุขมีบทบาทและสัดส่วนเสียงมากขึ้น อาจนำไปสู่ภาวะขาดความสมดุล โดยนางมีนาเน้นย้ำว่า ผู้ให้บริการสาธารณสุขไม่ควรมีบทบาทมากจนเกินกว่ากลุ่มอื่น และทุกฝ่ายควรมีพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนอย่างเท่าเทียม หากโครงสร้างบอร์ดขาดดุลอำนาจ ก็มีความเสี่ยงสูงที่ทิศทางนโยบายในอนาคตจะเปลี่ยนแปลงไป เช่น สิทธิประโยชน์การรักษาพยาบาลบางรายการอาจถูกปรับลด หรืออาจมีการนำระบบร่วมจ่ายเข้ามาบังคับใช้ ซึ่งผลกระทบจะตกอยู่กับประชาชนผู้รับบริการโดยตรง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางทางสังคมและกลุ่มคนที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียนราษฎร ซึ่งประสบความยากลำบากในการเข้าถึงสิทธิการรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐานอยู่แล้ว

ชี้ปัญหางบประมาณโรงพยาบาลต้องแก้ที่ต้นเหตุ อย่าด่วนสรุปด้วยการแก้กฎหมาย

สำหรับประเด็นที่มีการหยิบยกเรื่องภาวะวิกฤตทางการเงินและภาระงบประมาณของโรงพยาบาลมาเป็นเหตุผลหลักในการผลักดันให้แก้ไขกฎหมายบัตรทองนั้น นางมีนาให้ทัศนะว่า ควรมีการพิจารณาข้อมูล ข้อเท็จจริง และสาเหตุของปัญหาอย่างละเอียดถี่ถ้วนในทุกมิติ โดยเฉพาะขั้นตอนการออกแบบงบประมาณรายจ่ายประจำปี ระบบการจัดสรรงบประมาณลงสู่หน่วยบริการ ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคในด้านการบริหารจัดการภายใน ก่อนที่จะด่วนสรุปว่าทางออกเดียวคือการแก้ไขกฎหมายหลักของระบบ

นางมีนาระบุเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมามีข้อเสนอแนะเชิงวิชาการจากนักเศรษฐศาสตร์สุขภาพและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจำนวนมากที่ชี้ให้เห็นว่า ทางออกในการบริหารจัดการด้านการเงินยังมีอยู่อีกหลายแนวทางที่สามารถนำมาพิจารณาและปรับปรุงแก้ไขได้จริง หากหน่วยบริการหรือโรงพยาบาลประสบปัญหาการเงิน ก็จำเป็นต้องเข้าไปตรวจสอบในรายละเอียดว่าโครงสร้างงบประมาณในแต่ละปีได้รับการออกแบบอย่างไร มีส่วนใดที่ยังขาดแคลนหรือไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง แล้วจึงร่วมกันแก้ไขปัญหาไปทีละประเด็น ซึ่งการบริหารจัดการงบประมาณถือเป็นคนละเรื่องกับการแก้ไขกฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จึงควรพิจารณาทางเลือกอื่นให้ครบถ้วนรอบด้านก่อนตัดสินใจแตะต้องหลักการสำคัญของระบบ

ค้านเพิ่มอำนาจฝ่ายการเมือง ภาคประชาชนเตรียมรวมพลังเคลื่อนไหวร่วมลงชื่อ

นอกจากความกังวลในเรื่องสัดส่วนคณะกรรมการแล้ว นางมีนายังชี้ให้เห็นถึงอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ภาคประชาชนมีความห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง คือข้อเสนอที่มุ่งเพิ่มอำนาจให้แก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งอาจส่งผลกระทบและลดทอนบทบาทหน้าที่ของบอร์ด สปสช. ในการร่วมกันกำหนดนโยบายและการตัดสินใจในเรื่องสำคัญของระบบสุขภาพของประเทศ ทั้งนี้ ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นกลไกสวัสดิการที่ผูกพันกับคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนคนไทยทุกคน จึงจำเป็นต้องเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ถ่วงดุล และกำหนดทิศทางได้อย่างโปร่งใส

จากข้อกังวลต่อผลกระทบเชิงโครงสร้างดังกล่าว ประธานศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทองจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ภาคประชาชนและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ระหว่างการหารือร่วมกัน เพื่อเตรียมความพร้อมในการรวบรวมรายชื่อแสดงจุดยืนคัดค้านข้อเสนอการแก้ไขกฎหมายในลักษณะดังกล่าว พร้อมทั้งเร่งสื่อสารและสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ให้ตระหนักถึงเนื้อหาของข้อเสนอแก้ไขกฎหมายว่าอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิการรักษาพยาบาลและการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างไร โดยมุ่งหวังให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการอภิบาลระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติอย่างแท้จริง

Share this content:

เกี่ยวกับผู้เขียน

ปกติเป็นคน introvert แต่จะ Extrovert เมื่ออยู่กับเพื่อนในวงเล่า มีจิตนาการสูง ภูมิต้านทานต่ำ

Previous post

นานาพรรณลานเล่น บ้านบักจรัง พื้นที่เด็กวางมือถือ เรียน–เล่นกับธรรมชาติทุกวันเสาร์

Next post

มรภ.สุรินทร์ แจงกระแสดราม่า เดินหน้าปรับปรุงความสะอาด-พื้นที่ เตรียมประชุมผู้บริหารสัปดาห์หน้า

You May Have Missed