ชลประทานสุรินทร์เผย 16 อ่างเก็บน้ำ ปริมาณน้ำพุ่งเท่าตัว วางแผนระบายสมดุล หนุนภาคเกษตร-นาปรัง
โครงการชลประทานสุรินทร์เปิดเผยสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ หลังเผชิญกับสภาพฝนตกชุกอย่างต่อเนื่องในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำทั้ง 16 แห่งของจังหวัดสุรินทร์มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อนำตัวเลขไปเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา พบว่าปริมาณน้ำกักเก็บในภาพรวมเพิ่มขึ้นประมาณเท่าตัว ซึ่งช่วยสร้างความมั่นคงด้านน้ำต้นทุนสำหรับการบริหารจัดการเพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำในทุกมิติ โดยเฉพาะการสนับสนุนภาคการเกษตรและการเพาะปลูกพืชผลในระยะต่อไป
บริหารจัดการเชิงรุก ระบายน้ำรักษาสมดุลรองรับฝนตกชุก
นายภูมิสิทธิ์ สุทธิทัศนาวิทย์ หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการชลประทานสุรินทร์ ได้เปิดเผยถึงแนวทางการบริหารจัดการน้ำในระยะนี้ว่า จากสภาวะฝนที่ตกชุกหนาแน่นจนส่งผลให้มวลน้ำไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำทั้ง 16 แห่งของจังหวัดสุรินทร์อย่างต่อเนื่อง ทางโครงการชลประทานสุรินทร์จึงต้องดำเนินมาตรการบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิดและเป็นระบบ โดยจะมีการพิจารณาระบายน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำตามความเหมาะสมของแต่ละแห่ง
การระบายน้ำดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญเพื่อรองรับปริมาณน้ำที่ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเพื่อรักษาสมดุลของระดับน้ำภายในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย มีเสถียรภาพ และไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของอ่างเก็บน้ำ การควบคุมระดับน้ำให้มีความสมดุลนับเป็นหลักการสำคัญทางชลประทาน เพราะนอกจากจะช่วยให้มีช่องว่างในอ่างเพียงพอสำหรับรองรับมวลน้ำระลอกใหม่ได้อย่างปลอดภัยแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงที่ระดับน้ำจะเพิ่มสูงจนเกินระดับควบคุม เจ้าหน้าที่จึงต้องติดตามและประเมินสถานการณ์น้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การพร่องน้ำและการกักเก็บน้ำดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
วางแผนจัดสรรน้ำต้นทุน หนุนการทำนาปรังและพืชผลทางการเกษตร
นอกเหนือจากการควบคุมการระบายน้ำเพื่อรักษาความปลอดภัยและสมดุลของอ่างเก็บน้ำแล้ว ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้ง 16 แห่งที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณเท่าตัว ยังถือเป็นปัจจัยบวกอย่างยิ่งต่อการดำเนินกิจกรรมในภาคการเกษตร ซึ่งเป็นวิถีชีวิตและแหล่งรายได้หลักของประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ โดยทางโครงการชลประทานสุรินทร์ได้เตรียมความพร้อมและวางแผนจัดสรรน้ำเพื่อสนับสนุนการเพาะปลูกของเกษตรกรไว้อย่างครอบคลุม
สำหรับแผนการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรนั้น มุ่งเน้นการจัดสรรน้ำเพื่อรองรับทั้งการทำนาปรังและการเพาะปลูกพืชชนิดต่าง ๆ ซึ่งการมีปริมาณน้ำต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นแต้มต่อที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่เกษตรกรต่อการวางแผนการผลิตพืชผล น้ำที่ได้รับการกักเก็บและบริหารจัดการอย่างรอบคอบจะถูกส่งผ่านระบบชลประทานไปยังแปลงเกษตรกรรม เพื่อให้พื้นที่เพาะปลูกมีน้ำหล่อเลี้ยงอย่างเพียงพอ ช่วยส่งเสริมผลผลิตทางการเกษตรและสร้างความมั่นคงในอาชีพของเกษตรกรในระยะต่อไป
สร้างการรับรู้ชุมชนท้ายอ่าง แจ้งเตือนการระบายน้ำเพื่อเตรียมความพร้อม
ในส่วนของการบริหารจัดการผลกระทบที่อาจเกี่ยวเนื่องกับการระบายน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำ โครงการชลประทานสุรินทร์ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสื่อสารข้อมูลข่าวสารไปสู่ประชาชน โดยได้ดำเนินการสร้างการรับรู้แก่ประชาชนในพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำเกี่ยวกับการระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง รวดเร็ว และชัดเจน
การแจ้งข้อมูลล่วงหน้าช่วยให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำสามารถเตรียมความพร้อมได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำที่มีการปรับเปลี่ยนตามสภาพความเป็นจริง ลดความกังวล และสามารถปฏิบัติตนได้อย่างปลอดภัย
สำหรับภาพรวมสถานการณ์น้ำของจังหวัดสุรินทร์ในขณะนี้ ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้ง 16 แห่งที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างปริมาณน้ำต้นทุนให้มีความพร้อมสำหรับการบริหารจัดการอย่างเต็มศักยภาพ ทั้งในการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ และการเป็นแหล่งน้ำหลักที่จะขับเคลื่อนภาคการเกษตร การทำนาปรัง ตลอดจนการปลูกพืชผลชนิดต่าง ๆ ของจังหวัดสุรินทร์ในระยะต่อไปได้อย่างมั่นคง
Share this content:


