สลดไพรบึง ศรีสะเกษ สองสามีภรรยาถูกไฟดูดดับคู่ คาดไฟฟ้ารั่วขณะเตรียมปั๊มน้ำสูบน้ำท่วมบ้าน
เกิดเหตุสะเทือนขวัญขึ้นในพื้นที่อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพักในตำบลสำโรงพลัน หลังได้รับแจ้งพบผู้เสียชีวิต 2 ราย ซึ่งเป็นสามีภรรยาอยู่ภายในบริเวณบ้าน เบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจถูกกระแสไฟฟ้าดูดขณะเตรียมติดตั้งเครื่องปั๊มน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำท่วมขังออกจากตัวบ้าน สร้างความโศกเศร้าสะเทือนใจแก่ครอบครัวและชุมชนเป็นอย่างยิ่ง
ฝ่ายปกครองไพรบึงสนธิกำลังหลายภาคส่วน ตรวจสอบบ้านพักเลขที่ 69 หมู่ 8
เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับรายงานเมื่อเวลา 06.05 น. ของวันที่ 26 กันยายน 2569 โดยนายฉลาด ชิดชม นายอำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ ได้รับแจ้งเหตุจึงสั่งการทันทีให้นายธีระยุทธ ราชปึ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยกำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ร้อย อส.อ.ไพรบึง ที่ 10 ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วน ณ บ้านเลขที่ 69 หมู่ 8 ตำบลสำโรงพลัน อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงที่เกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย ทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ นายพงศ์พศิน ศรีธัญรัตน์ และนางธันยนันท์ ศรีธัญรัตน์ ซึ่งทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน สภาพศพอยู่ในบริเวณจุดเกิดเหตุภายในบ้านพัก ท่ามกลางบรรยากาศความสูญเสียอย่างกะทันหัน ทางฝ่ายปกครองอำเภอไพรบึงจึงได้ประสานงานบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อเข้าควบคุมพื้นที่และตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขาไพรบึง, เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรไพรบึง (สภ.ไพรบึง), ทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลไพรบึง รวมถึงเจ้าหน้าที่จากเทศบาลตำบลสำโรงพลัน ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุและชันสูตรพลิกศพตามกระบวนการ
เปิดข้อมูลญาติ คาดไฟฟ้ารั่วขณะเตรียมปั๊มสูบน้ำหนีน้ำท่วม
จากการสอบถามและรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นจากญาติของผู้เสียชีวิตระบุว่า ก่อนเกิดเหตุดังกล่าว ผู้เสียชีวิตทั้งสองได้เพิ่งเดินทางไปจัดซื้อเครื่องปั๊มน้ำมาใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อจะนำมาใช้เร่งสูบและระบายน้ำที่ท่วมขังออกจากบริเวณบ้านพัก เพื่อป้องกันความเสียหายต่อทรัพย์สินภายในที่อยู่อาศัย แต่ในระหว่างขั้นตอนการตระเตรียมหรือนำอุปกรณ์มาติดตั้ง คาดว่าอาจเกิดกระแสไฟฟ้ารั่วไหลบริเวณจุดที่จะใช้งานปั๊มน้ำ จนเป็นเหตุให้กระแสไฟฟ้าดูดทั้งสองคนจนเสียชีวิตพร้อมกัน
เจ้าหน้าที่สันนิษฐานเบื้องต้นว่า ปัจจัยที่ทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตอาจมาจากความชื้นหรือการสัมผัสกับผิวน้ำที่มีกระแสไฟฟ้ารั่วไหลอยู่ ซึ่งในขณะนี้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขาไพรบึง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไพรบึง กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจพิสูจน์อุปกรณ์ ระบบการเดินสายไฟฟ้า รวมถึงจุดเชื่อมต่อทางไฟฟ้าในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อสรุปสาเหตุและกลไกการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงให้เกิดความชัดเจนตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
อุทาหรณ์เตือนภัย ภัยเงียบกระแสไฟฟ้ารั่วช่วงน้ำท่วมขัง
เหตุการณ์ความสูญเสียในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งบทเรียนและอุทาหรณ์ที่สะท้อนถึงภัยอันตรายจากกระแสไฟฟ้าในช่วงที่มีสถานการณ์น้ำท่วมขัง โดยเฉพาะการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดต่างๆ ใกล้เคียงกับพื้นที่เปียกชื้นหรือมีน้ำท่วมขัง ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดกระแสไฟฟ้ารั่วไหลโดยที่ผู้ใช้งานไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า และน้ำยังทำหน้าที่เป็นตัวนำกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ร่างกายได้อย่างรวดเร็วและรุนแรง
เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าในภาวะน้ำท่วมขัง จึงมีข้อควรระวังและความปลอดภัยขั้นพื้นฐานที่พึงตระหนักอยู่เสมอ ดังนี้
- ตัดกระแสไฟฟ้าหลักก่อนสัมผัสอุปกรณ์: ก่อนที่จะทำการติดตั้ง ขยับย้าย หรือซ่อมแซมเครื่องปั๊มน้ำและอุปกรณ์ไฟฟ้าใดๆ ควรปลดเบรกเกอร์หรือตัดแหล่งจ่ายไฟหลักทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีกระแสไฟฟ้าไหลเวียนในระบบระหว่างการปฏิบัติงาน
- ตรวจสอบสภาพสายไฟและอุปกรณ์: เครื่องใช้ไฟฟ้าและสายไฟที่นำมาใช้งานต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่มีการชำรุด แตกร้าว หรือฉีกขาดของฉนวนหุ้มสายไฟ และควรใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานความปลอดภัย
- ติดตั้งระบบสายดินและเครื่องตัดไฟรั่ว: การติดตั้งระบบสายดินร่วมกับเครื่องตัดไฟรั่วอัตโนมัติจะช่วยตัดวงจรไฟฟ้าทันทีเมื่อเกิดกระแสไฟฟ้ารั่ว ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต
- หลีกเลี่ยงการยืนในน้ำขณะเสียบปลั๊กหรือเปิดสวิตช์: ไม่ควรสัมผัสหรือเสียบปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าในขณะที่ร่างกายเปียกน้ำ หรือขณะที่กำลังยืนแช่อยู่ในน้ำอย่างเด็ดขาด
การสูญเสียสามีภรรยาที่ตำบลสำโรงพลันในครั้งนี้ ถือเป็นเหตุการณ์เตือนใจให้ทุกครัวเรือนเพิ่มความระมัดระวังเป็นทวีคูณในการจัดการกับระบบไฟฟ้าและเครื่องสูบน้ำในสภาวะที่มีน้ำท่วมขัง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์น่าสลดใจซ้ำรอยขึ้นอีก
Share this content:


