ฮือฮา ‘ปะการันเจก’ ดอกลำเจียกบานอีกครั้ง ณ ปราสาทภูมิโปน อ.สังขะ จ.สุรินทร์ หลังรอนานหลายปี

ฮือฮา 'ปะการันเจก' ดอกลำเจียกบานอีกครั้ง ณ ปราสาทภูมิโปน อ.สังขะ จ.สุรินทร์ หลังรอนานหลายปี

ฮือฮา ‘ปะการันเจก’ ดอกลำเจียกบานอีกครั้ง ณ ปราสาทภูมิโปน อ.สังขะ จ.สุรินทร์ หลังรอนานหลายปี

เกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สร้างความตื่นตาตื่นใจและความยินดีให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่อีกครั้ง เมื่อต้นลำเจียกหรือที่ภาษาถิ่นเรียกขานกันว่า ‘ปะการันเจก’ ซึ่งขึ้นอยู่บริเวณปราสาทภูมิโปน ตำบลดม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ได้กลับมาผลิดอกออกช่อให้ได้เห็นกันอีกครา โดยการออกดอกของต้นลำเจียก ณ บริเวณโบราณสถานแห่งนี้นับเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากยิ่ง หลังจากที่ทิ้งช่วงว่างเว้นไปนานหลายปีจนกระทั่งกลับมาปรากฏช่อดอกสีเหลืองนวลให้ได้ยลโฉมในปัจจุบัน

ปรากฏการณ์ธรรมชาติหาชมยาก ช่อดอกสีเหลืองนวลผลิบานในรอบหลายปี

การกลับมาผลิดอกของต้นลำเจียก ณ บริเวณปราสาทภูมิโปน ตำบลดม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ได้กลายเป็นจุดสนใจสำคัญของคนในท้องถิ่นและแวดวงข่าวสาร เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมา ช่อดอกของต้นลำเจียกในบริเวณนี้ไม่ได้เกิดขึ้นให้เห็นเป็นประจำทุกปี หากแต่นานทีปีหนจึงจะปรากฏช่อดอกขึ้นมาสักครั้ง การที่ต้องใช้เวลารอคอยเนิ่นนานหลายปีกว่าจะได้พบเห็นดอกปะการันเจกเช่นนี้ ยิ่งขับเน้นให้ช่อดอกที่เริ่มแย้มพรายมีคุณค่าและหาชมได้ยากยิ่งในเชิงธรรมชาติ

ในยามนี้ ดอกปะการันเจกกำลังเริ่มออกช่อดอกอย่างสมบูรณ์ เผยให้เห็นเฉดสีเหลืองนวลอันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นตัดกับสภาพแวดล้อมรอบองค์ปราสาทโบราณ การเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติในครั้งนี้นำพาความสดชื่นและความหวังกลับคืนสู่พื้นที่ เมื่อสิ่งมีชีวิตที่ยืนหยัดคู่โบราณสถานได้ส่งสัญญาณแห่งการผลิดอกออกผลอีกวาระหนึ่ง สร้างความประทับใจให้แก่ทุกคนที่เฝ้ารอคอยปรากฏการณ์ธรรมชาติดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง

เสียงสะท้อนแห่งความเชื่อและตำนาน ‘เปรียะ เนียง ศรีจันทรา’

นอกเหนือจากมิติทางธรรมชาติอันน่าอัศจรรย์ใจแล้ว การผลิบานของดอกปะการันเจก ณ ปราสาทภูมิโปน ยังเชื่อมโยงกับมิติความเชื่อ จิตวิญญาณ และเรื่องเล่าขานพื้นถิ่นอย่างแนบแน่น โดยชาวบ้านต่างกล่าวถึงถ้อยคำโบราณที่ตกทอดกันมาว่า ‘หรึ… เปรียะ เนียง ศรีจันทรา เปรียะ เนียง เฎาะ ธม จะกลับมา’ ซึ่งสะท้อนถึงสายสัมพันธ์ระหว่างประวัติความเป็นมาและเรื่องราวในอดีตของปราสาทภูมิโปนกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน

คำรำพึงและข้อความดังกล่าว บ่งชี้ว่าคนในท้องถิ่นไม่ได้มองการออกดอกของต้นลำเจียกเป็นเพียงเรื่องราวทางพฤกษศาสตร์ทั่วไป หากแต่มองเห็นถึงสัญลักษณ์ ความผูกพัน และความลึกซึ้งทางวัฒนธรรมที่ถูกถ่ายทอดผ่านชื่อของบุคคลในตำนานความเชื่อประจำถิ่น การที่ดอกไม้ประจำพื้นที่โบราณสถานแห่งนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง จึงเสมือนการปลุกความทรงจำและความรู้สึกร่วมของผู้คนในชุมชนตำบลดมและอำเภอสังขะ ให้หวนระลึกถึงเรื่องเล่าอันทรงคุณค่าที่ผูกโยงกับสถานที่แห่งนี้มาอย่างยาวนาน

ช่วงเวลาสั้นๆ ที่ต้องรีบชม ก่อนกลีบดอกจะโรยรา

ในขณะนี้ สถานะของดอกปะการันเจกกำลังอยู่ในระยะใกล้จะ ‘รีก’ หรือใกล้ที่จะบานอย่างเต็มที่ ซึ่งตามธรรมชาติของดอกไม้ชนิดนี้ ระยะเวลาในการชูช่อและบานสะพรั่งจะมีช่วงเวลาจำกัดเพียงชั่วคราวเท่านั้น ก่อนที่จะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงและร่วงโรยไปตามวัฏจักรธรรมชาติ ดังนั้น ผู้ที่มีความสนใจใคร่ชมความงดงามและสัมผัสบรรยากาศความพิเศษนี้ จึงมีกรอบเวลาจำกัดในการเดินทางเข้ามาเยี่ยมเยือน

รายงานข่าวระบุว่า สำหรับประชาชนหรือผู้ที่สนใจ ช่อดอกลำเจียก ณ ปราสาทภูมิโปน ขณะนี้ยังอยู่ในเกณฑ์ที่พอจะเดินทางมาทันชื่นชมความงามได้อยู่ แต่จำเป็นจะต้องรีบเดินทางมาในระยะนี้อย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสสัมผัสกับช่อดอกสีเหลืองนวลที่ไม่ได้หาดูกันได้ง่ายๆ และไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะต้องใช้เวลาอีกกี่ปีข้างหน้า กว่าที่ต้นลำเจียก ณ ปราสาทภูมิโปนแห่งนี้จะกลับมาผลิดอกออกช่อให้ได้ประจักษ์แก่สายตาอีกครั้งหนึ่ง

Share this content:

เกี่ยวกับผู้เขียน

ปกติเป็นคน introvert แต่จะ Extrovert เมื่ออยู่กับเพื่อนในวงเล่า มีจิตนาการสูง ภูมิต้านทานต่ำ

Previous post

สิ้น ‘พ่อยืด ราตรีศิลป์’ ดาวตลกลิเกบรมครูคู่เมืองสุรินทร์ ปิดตำนานผู้สร้างรอยยิ้มแห่งอีสานใต้

Next post

เทศบาลเมืองสุรินทร์ส่งทีมลงพื้นที่ตัดหญ้าพัฒนา “สวนรัก” ทันที หลังชาวเน็ตตั้งข้อสังเกตปล่อยทิ้งร้าง

You May Have Missed