สภาวัฒนธรรมสุรินทร์ถกทางออกจับช่างทำซอกันตรึม เร่งหาช่องกฎหมายคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาอีสานใต้

สภาวัฒนธรรมสุรินทร์ถกทางออกจับช่างทำซอกันตรึม เร่งหาช่องกฎหมายคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาอีสานใต้

สภาวัฒนธรรมสุรินทร์ถกทางออกจับช่างทำซอกันตรึม เร่งหาช่องกฎหมายคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาอีสานใต้

สภาวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์เปิดเวทีกลางระดมความคิดเห็นจากภาคีเครือข่ายศิลปินพื้นบ้าน 4 จังหวัดอีสานล่าง นักวิชาการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งหาแนวทางแก้ไขและหาทางออกร่วมกันหลังเกิดเหตุดำเนินคดีช่างทำเครื่องดนตรีพื้นบ้านกรณีครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครอง หวั่นกระทบต่อจิตใจคนในแวดวงดนตรีและส่งผลสะเทือนต่อการสืบทอดมรดกภูมิปัญญาศิลปะกันตรึม พร้อมเสนอแนวทางสำรวจผู้ครอบครองเครื่องดนตรีและหวังผลักดันการปลดล็อกกฎหมายในระยะยาวเพื่อให้วัฒนธรรมและกฎหมายดำเนินควบคู่กันได้

ชนวนเหตุดราม่าจับช่างทำเครื่องดนตรี สะเทือนใจแวดวงศิลปินพื้นบ้าน

สืบเนื่องจากกรณีเพจ Facebook ภจว.สุรินทร์ ได้เปิดเผยผลการจับกุมการครอบครองซากสัตว์ป่าโดยไม่มีเอกสารหลักฐานแสดงที่มาโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 โดยเจ้าหน้าที่ชุด ปทส. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ตำบลกังแอน อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ตามหมายค้นศาลจังหวัดสุรินทร์ ภายหลังได้รับการประสานงานเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วน 1362 ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

การตรวจค้นในครั้งนั้น เจ้าหน้าที่พบของกลางรวมทั้งสิ้น 84 รายการ ซึ่งประกอบด้วยซากสัตว์ป่าและผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าคุ้มครอง อาทิ ซากงูหลาม (Python bivittatus) จำนวน 24 ซาก ซากตะกวดหรือแลน 1 ซาก ซากเหี้ย 1 ซาก รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้ซากสัตว์เป็นส่วนประกอบ เช่น ซอกะลากันตรึม ซอกระบอกกันตรึม กะโหลก และกลองกันตรึม และเนื่องจากไม่สามารถนำเอกสารแสดงแหล่งที่มาโดยชอบด้วยกฎหมายมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ จึงมีการนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปราสาท เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

เหตุการณ์จับกุมดังกล่าวได้จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และสร้างความไม่สบายใจอย่างยิ่งในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะชาวจังหวัดสุรินทร์และพี่น้องชาวอีสานใต้ที่เติบโตมากับศิลปะดนตรีกันตรึม ต่างพากันตั้งคำถามถึงแนวทางการบังคับใช้กฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อช่างทำเครื่องดนตรีพื้นบ้าน เนื่องจากการประดิษฐ์ซอและกลองกันตรึมถือเป็นส่วนสำคัญของการรักษา สืบสาน และส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า หากเกิดความหวาดกลัวกฎหมายจนไม่สามารถสร้างเครื่องดนตรีได้ ย่อมทำให้มรดกภูมิปัญญาของคนรุ่นหลังขาดผู้กล้าสืบทอดต่อไป

ระดมภาคี 4 จังหวัดอีสานล่างเปิดเวทีเจรจาผสานกฎหมายกับวัฒนธรรม

จากข้อกังวลใจดังกล่าว เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุมชั้น 2 สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ สภาวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ นำโดยนางลาวัณย์ งามชื่น ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยนางยุวดี มีบุญ วัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ และนางสำรวย ดีสม ศิลปินมรดกอีสาน หรือ “น้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์” นายกสมาคมศิลปินพื้นบ้านอีสานใต้ ได้ร่วมกันจัดเวทีประชุมหารือเพื่อเปิดพื้นที่รับฟังปัญหาและผลกระทบทางจิตใจของศิลปิน โดยมีภาคีเครือข่ายศิลปินพื้นบ้านจาก 4 จังหวัดอีสานล่าง ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ ร่วมกับนักวิชาการ ช่างทำเครื่องดนตรี นักดนตรี ศิลปินกันตรึม เจ้าหน้าที่จากป่าไม้ และเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมถึงผู้อำนวยการจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรมที่ร่วมประชุมผ่านระบบซูม โดยใช้เวลาหารือตั้งแต่เวลา 13.00 น. ถึง 17.30 น. จนได้ข้อสรุปเบื้องต้นในทิศทางที่สร้างความเข้าใจอันดี

นายกัมพล ช่อทับทิม ช่างทำซอเครื่องดนตรีพื้นถิ่นชาวสุรินทร์ เปิดเผยหลังร่วมประชุมว่า ช่างทำซอมีความกังวลใจอย่างมากหลังทราบข่าวการจับกุม แต่การได้มาร่วมพูดคุยหาทางออกร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับช่างผลิตเครื่องดนตรี เพื่อให้กรอบของกฎหมายและวิถีวัฒนธรรมสามารถเดินหน้าร่วมกันได้ ทำให้รู้สึกคลายความกังวลและสบายใจขึ้น ซึ่งนับเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการหาแนวทางดูแลช่วยเหลือช่างทำเครื่องดนตรีพื้นถิ่น

ขณะที่นางสำรวย ดีสม หรือ น้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์ ได้สะท้อนมุมมองว่า หากทุกอย่างถูกชี้ว่าผิดกฎหมายไปทั้งหมด มรดกทางวัฒนธรรมที่บรรพบุรุษสั่งสมและถ่ายทอดมายาวนานนับร้อยนับพันปีซึ่งเป็นดั่งจิตวิญญาณและวิถีชีวิตของชาวอีสานใต้และผู้รักเสียงดนตรีอาจต้องสูญหายไป เพราะศิลปินคือชาวบ้านที่เคารพกฎหมาย หากเกิดความหวาดกลัวก็จะไม่กล้าแตะต้อง จนส่งผลกระทบต่อทั้งพิธีกรรม ความเชื่อ และประเพณีดั้งเดิม

นายกสมาคมศิลปินพื้นบ้านอีสานใต้ อธิบายเพิ่มเติมถึงความผูกพันเชิงคุณค่าว่า เครื่องดนตรีประเภทสีหรือซอจำเป็นต้องใช้หนังสัตว์เป็นส่วนประกอบสำคัญ ซึ่งศิลปินไม่ได้ไปจับหรือล่ามาฆ่าเอง แต่วัตถุดิบมักได้มาจากสัตว์ที่ตายแล้วตามธรรมชาติหรือชาวบ้านนำมามอบให้ เมื่อนำชิ้นส่วนมาใช้ ศิลปินจะมีพิธีกรรมบอกกล่าวและขอขมาทุกครั้งก่อนการขับร้อง ฟ้อนรำ หรือบรรเลง เพื่อความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อที่สืบทอดมาแต่โบราณก่อนที่จะมีพระราชบัญญัติคุ้มครองสัตว์ป่า ทั้งในพิธีกรรมบวงสรวงและพิธีกรรมรักษาอาการเจ็บไข้ได้ป่วย ซึ่งเสียงซอและเสียงกลองเปรียบเสมือนมนต์ขลังที่สื่อสารในพิธี การเปิดเวทีหารือครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเปิดใจรับฟัง ปรับตัวตามยุคสมัย และหาแนวทางปฏิบัติเพื่อให้วัฒนธรรมและกฎหมายดำเนินคู่ขนานกันไปอย่างเข้าใจ

ชงสำรวจผู้ถือครองเครื่องดนตรี ตั้งเป้าปลดล็อกกฎหมายคุ้มครองระยะยาว

ด้านนางลาวัณย์ งามชื่น ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ กล่าวชี้แจงว่า สภาวัฒนธรรมไม่ได้มีเจตนาส่งเสริมให้กระทำผิดกฎหมาย แต่เปิดพื้นที่ขึ้นมาเพราะศิลปินจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นจากรากเหง้าความเชื่อและวิถีวัฒนธรรมดั้งเดิม ซึ่งในอดีตยังไม่มีพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าบังคับใช้ การกระทำดังกล่าวจึงอาจเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อีกทั้งการผลิตไม่ได้มีปริมาณมากเพื่อการค้าเชิงพาณิชย์ แต่เป็นการทำขึ้นด้วยจิตวิญญาณของครูดนตรี ซึ่งผู้ถูกดำเนินคดีได้รับเชิญไปเป็นครูสอนดนตรีในมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ จึงต้องการขยายผลเครื่องดนตรีให้นักเรียนได้ฝึกซ้อม การมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นบ้างก็เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนเพื่อต่อยอดการศึกษา

ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ เน้นย้ำว่า การแสดงกันตรึมได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญา โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่ซอและกลอง หากปราศจากเครื่องดนตรีเหล่านี้ วงกันตรึมอีสานใต้ก็ไม่สามารถบรรเลงได้ ซากสัตว์ที่นำมาใช้ทำซอก็มาจากการตายตามธรรมชาติ เช่น ไปพบขณะทำนาหรือติดอวนดักปลา ไม่ได้เกิดจากการเจตนาออกล่า อีกทั้งหนังงูหนึ่งตัวสามารถนำมาตัดแบ่งทำซอได้หลายคัน เนื่องจากใช้หนังในปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น การพูดคุยจึงมุ่งเน้นหาทางออกไม่ให้เกิดความย้อนแย้งระหว่างการอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญากับกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่า

สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหา ทางสภาวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ได้วางมาตรการเร่งด่วนและระยะยาวไว้ดังนี้

  • การจัดเก็บและสำรวจข้อมูล: สภาวัฒนธรรมจะเร่งสำรวจและรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นรูปธรรมว่า มีช่างทำซอและนักดนตรีที่ครอบครองเครื่องดนตรีประเภทดังกล่าวจำนวนกี่ราย เพื่อส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการถูกมองว่าครอบครองสิ่งผิดกฎหมายในระหว่างการละเล่น การแสดง หรือการเรียนการสอน
  • การดูแลช่วยเหลือทางคดี: สำหรับกรณีช่างเชนหรือครูดนตรีที่ถูกดำเนินคดี จะต้องพิจารณาแยกแยะประเด็นในฐานะที่เป็นศิลปินและครู โดยให้การดูแลเรื่องเจตนาของการกระทำอย่างรอบคอบภายใต้กรอบกฎหมายที่ไม่ขัดแย้งกัน
  • การผลักดันเชิงนโยบายระยะยาว: เสนอให้พิจารณาความเป็นไปได้ในการปลดล็อกข้อกำหนดในพระราชบัญญัติคุ้มครองสัตว์ป่าบางประการ เพื่อเปิดช่องทางให้สามารถนำซากสัตว์มาผลิตเป็นเครื่องดนตรีพื้นบ้านได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและยั่งยืน

ทั้งนี้ สภาวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ระบุว่า เวทีประชุมครั้งนี้นับเป็นโมเดลต้นแบบในการแก้ไขปัญหาด้วยเหตุและผลโดยไม่ใช้อารมณ์ เพื่อรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติและอีสานใต้ให้ดำรงอยู่อย่างมั่นคงคู่กับความถูกต้องทางกฎหมายต่อไป

Share this content:

เกี่ยวกับผู้เขียน

ปกติเป็นคน introvert แต่จะ Extrovert เมื่ออยู่กับเพื่อนในวงเล่า มีจิตนาการสูง ภูมิต้านทานต่ำ

Previous post

ชาวบ้านสุรินทร์วอนสอบ คลิปเสียงผู้นำชุมชนเรียก 500 บาทบวกผ้าไหม 1 ผืน แลกเดินเรื่องทำบัตรคนพิการ

Next post

ทภ.2 แจง 10 ข้อสงสัยปมชาวกัมพูชาในไทย ยันไม่แอบเปิดด่านช่องจอม ชี้มีวีซ่าถูกต้อง-บินเข้า-รอส่งกลับ

You May Have Missed