ชาวบ้านสุรินทร์วอนสอบ คลิปเสียงผู้นำชุมชนเรียก 500 บาทบวกผ้าไหม 1 ผืน แลกเดินเรื่องทำบัตรคนพิการ
ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนเพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังมีการเผยแพร่และส่งต่อคลิปเสียงการประชุมของผู้นำชุมชนรายหนึ่ง ซึ่งปรากฏเนื้อหาการเรียกเก็บเงินสด 500 บาท พร้อมผ้าไหม 1 ผืน โดยอ้างว่าเป็นค่าดำเนินการของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในการทำบัตรประจำตัวคนพิการ ทั้งยังมีการพูดปรามไม่ให้ลูกบ้านนำเรื่องไปร้องเรียน จนสร้างความหวั่นวิตกและกลายเป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่า ผู้พิการที่ยากไร้และไม่มีทรัพย์สินอาจถูกตัดโอกาสในการเข้าถึงสิทธิการดูแลจากภาครัฐ
เปิดปมคลิปเสียงปริศนา อ้างค่าเดินเรื่อง อสม. ห้ามลูกบ้านร้องเรียน
กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของอำเภอเมืองสุรินทร์ ได้นำคลิปเสียงบันทึกการประชุมประจำหมู่บ้านออกมาเปิดเผย โดยภายในคลิปมีการกล่าวถึงกระบวนการจัดทำบัตรคนพิการอย่างชัดเจน โดยระบุเงื่อนไขว่า หากประชาชนรายใดประสงค์จะให้ทาง อสม. ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินเรื่อง ผู้ใหญ่บ้านจะเป็นผู้ลงนามรับรองให้ แต่หากผู้ใดไม่ประสงค์จะจ่ายเงิน 500 บาท หรือมอบผ้าไหม 1 ผืน ก็สามารถเลือกเดินทางไปดำเนินการตามขั้นตอนด้วยตนเองได้
นอกจากนี้ ในบทสนทนาตามคลิปเสียงยังมีการเอ่ยถึงบุคคลภายนอกที่ชาวบ้านเรียกว่า “คุณหมอตู่” ในลักษณะที่ระบุว่า บุคคลดังกล่าวคงจะไม่ลงมาตรวจสอบหรือดูแลเรื่องนี้ ทั้งยังมีคำพูดเน้นย้ำในทำนองว่าไม่ต้องอิจฉากัน หากใครต้องการทำก็ให้ดำเนินการตามที่แจ้ง พร้อมทั้งปรามลูกบ้านไม่ให้เดินทางไปร้องเรียนยังหน่วยงานภายนอก เนื่องจากอ้างว่าจะไม่มีผลประการใด ถ้อยคำดังกล่าวส่งผลให้เกิดกระแสความไม่สบายใจในหมู่ราษฎรเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะประเด็นความชอบธรรมว่า มีระเบียบข้อบังคับหรือหลักเกณฑ์ทางราชการใดที่อนุญาตให้เรียกเก็บเงินและสิ่งของมีค่าเพื่อแลกกับการรับรองเอกสารของทางราชการหรือไม่
ชาวบ้านแฉแชตทวงเงิน-ผ้าไหม ผวาไร้ทุนถูกตัดสิทธิทำบัตร
จากการลงพื้นที่รวบรวมข้อมูลของทีมข่าว พบว่าชาวบ้านหลายรายต่างสะท้อนข้อเท็จจริงไปในทิศทางเดียวกันว่า มีการเรียกเก็บเงิน 500 บาทและผ้าไหม 1 ผืนจริง โดยอ้างเป็นค่าเสียเวลาและการปฏิบัติงานของ อสม. ซึ่งสร้างความกดดันให้แก่ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หนึ่งในตัวแทนชาวบ้านซึ่งเป็นผู้ดูแลคนพิการในครอบครัว เปิดเผยข้อมูลสำคัญว่า ที่ผ่านมาตนได้เริ่มยื่นเรื่องเพื่อขอทำบัตรคนพิการตามขั้นตอนปกติ ซึ่งการดำเนินงานในเบื้องต้นเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทว่าในเวลาต่อมา ประธาน อสม. ซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านด้วย ได้ส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชันแชตเพื่อเรียกเก็บเงินสดจำนวน 500 บาท พร้อมผ้าไหมอีกจำนวน 1 ผืน เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ตนเกิดความเคลือบแคลงใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากโครงการจัดทำบัตรคนพิการถือเป็นนโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและสวัสดิการของรัฐที่มุ่งหวังช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ด้อยโอกาส เหตุใดจึงมีค่าใช้จ่ายแอบแฝงผูกติดมาด้วย
ชาวบ้านรายเดิมยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพฤติกรรมและการบริหารงานของผู้นำชุมชนว่า มักใช้วาจาในลักษณะเหน็บแนม แดกดัน และเสียดสีลูกบ้านในระหว่างการประชุม ทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่เกิดความหวาดกลัว ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น หรือไม่กล้าทักท้วงความไม่ชอบมาพากล รวมไปถึงการสื่อสารผ่านระบบเสียงตามสายของหมู่บ้านในหลายช่วงเวลา ที่สร้างความอึดอัดใจให้แก่คนในชุมชน นอกจากนี้ ยังพบว่าในชุมชนยังมีผู้พิการอีกหลายรายที่ครอบครัวมีฐานะยากจน ไม่มีเงินสด 500 บาท และไม่มีผ้าไหมผืนงามที่จะนำมามอบให้ ส่งผลให้เกิดความกังวลอย่างหนักว่า บุคคลเหล่านี้อาจถูกละเลยหรือไม่ได้รับการประสานงานเพื่อทำบัตรประจำตัวคนพิการ
ผู้ใหญ่บ้านเลื่อนแจงไร้กำหนด ชาวบ้านจี้หน่วยงานเร่งสางข้อเท็จจริง
ต่อมา ผู้ใหญ่บ้านได้มีการนัดหมายประชุมลูกบ้านในเวลา 13.00 น. ของวันที่ 12 กันยายน 2569 เพื่อชี้แจงประเด็นข้อสงสัยทั้งหมด ทีมข่าวจึงได้เดินทางลงพื้นที่ไปยังหมู่บ้านดังกล่าวในอำเภอเมืองสุรินทร์ เพื่อติดตามการประชุมและสอบถามข้อเท็จจริงจากผู้เกี่ยวข้องโดยตรง ทว่าเมื่อถึงเวลานัดหมาย กลับปรากฏว่าผู้ใหญ่บ้านได้ประกาศเลื่อนการประชุมออกไปอย่างไม่มีกำหนด ทำให้ชาวบ้านและผู้ติดตามเหตุการณ์ยังไม่ได้รับคำชี้แจงอย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ดี ทีมข่าวขอเน้นย้ำว่า ข้อมูลเรื่องการเรียกเก็บเงิน 500 บาท พร้อมผ้าไหม 1 ผืน รวมถึงข้อกังวลเรื่องการละเว้นการทำบัตรให้แก่ผู้ไม่จ่ายเงินนั้น ในขณะนี้ยังคงเป็นข้อมูลจากคำบอกเล่า พยานหลักฐานแชต และเนื้อหาในคลิปเสียงที่ชาวบ้านนำมาร้องเรียนเท่านั้น โดยยังไม่มีคำแถลงหรือคำชี้แจงข้อเท็จจริงจากฝั่งผู้ใหญ่บ้าน ประธาน อสม. ตลอดจนหน่วยงานต้นสังกัดที่กำกับดูแล
กลุ่มชาวบ้านจึงได้เรียกร้องผ่านสื่อมวลชนไปยังหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบโดยตรง ทั้งฝ่ายปกครองและหน่วยงานด้านการพัฒนาสังคม ให้เร่งจัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สืบสวนข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน โดยมีข้อเรียกร้องสำคัญดังนี้:
- ขอให้ตรวจสอบความโปร่งใสของกระบวนการทำบัตรคนพิการในหมู่บ้านแห่งนี้ ว่าเป็นไปตามระเบียบของทางราชการหรือไม่
- ขอให้กระบวนการช่วยเหลือคนพิการดำเนินไปด้วยความเสมอภาค เป็นธรรม และต้องไม่ผูกติดกับการจ่ายเงินสดหรือการมอบสิ่งของมีค่าใด ๆ ทั้งสิ้น
- ขอให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมาต่อสาธารณชน เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น คลายความวิตกกังวล และสร้างความโปร่งใสให้เกิดขึ้นภายในชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป
Share this content: