คลังเตือนผู้ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายใหม่ เร่งยืนยันตัวตนก่อน 30 ก.ย. นี้ เพื่อเริ่มใช้สิทธิ 1 ต.ค.

คลังเตือนผู้ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายใหม่ เร่งยืนยันตัวตนก่อน 30 ก.ย. นี้ เพื่อเริ่มใช้สิทธิ 1 ต.ค.

คลังเตือนผู้ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายใหม่ เร่งยืนยันตัวตนก่อน 30 ก.ย. นี้ เพื่อเริ่มใช้สิทธิ 1 ต.ค.

กระทรวงการคลังเปิดเผยสถิติการดำเนินการโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ณ วันที่ 4 กันยายน 2569 พบว่ายังมีประชาชนกลุ่มผู้ผ่านเกณฑ์รายใหม่ที่ระบบระบุว่าต้องยืนยันตัวตนอีกกว่า 5 แสนรายที่ยังไม่ได้เข้าระบบ พร้อมทั้งมีผู้ที่ดำเนินการแล้วแต่ยังไม่สำเร็จอีกกว่า 2.6 หมื่นราย รัฐบาลจึงเร่งส่งสัญญาณเตือนให้ผู้มีสิทธิกลุ่มดังกล่าวตรวจสอบสถานะและเร่งดำเนินการยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC) ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 หากต้องการเริ่มใช้สิทธิสวัสดิการในรอบแรกตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของตนเองอย่างต่อเนื่อง

เปิดข้อมูลสถิติและแนวทางปฏิบัติสำหรับประชาชน 3 กลุ่ม

จากฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 4 กันยายน 2569 ระบุภาพรวมของผู้ผ่านเกณฑ์รายใหม่ที่ต้องยืนยันตัวตนมีจำนวนทั้งสิ้น 3,139,886 ราย ในจำนวนนี้มีผู้เข้ามาดำเนินการในระบบแล้ว 2,639,799 ราย ซึ่งผลปรากฏว่ายืนยันตัวตนสำเร็จจำนวน 2,613,730 ราย และยืนยันตัวตนไม่สำเร็จจำนวน 26,069 ราย ขณะเดียวกันยังคงมีผู้ผ่านเกณฑ์ที่ยังไม่ได้มาดำเนินการเลยอีกจำนวน 500,087 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่ภาครัฐต้องการกระตุ้นเตือนให้รีบเข้ามาดำเนินการโดยเร็ว

ทั้งนี้ เพื่อป้องกันความสับสนในเรื่องแนวทางปฏิบัติและกำหนดระยะเวลาของแต่ละบุคคล รัฐบาลได้ชี้แจงการบริหารจัดการโดยแยกผู้เกี่ยวข้องออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้

  • กลุ่มที่ 1 ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม: มีจำนวนทั้งสิ้น 6,366,645 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ผ่านคุณสมบัติตามเกณฑ์และเคยดำเนินการยืนยันตัวตนในระบบเรียบร้อยแล้ว ประชาชนในกลุ่มนี้ไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ และสามารถรอรับสิทธิตามเงื่อนไขของโครงการได้ตามปกติ
  • กลุ่มที่ 2 ผู้ผ่านเกณฑ์รายใหม่: จำนวน 3,139,886 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ระบบระบุชัดเจนว่าต้องยืนยันตัวตน โดยจำเป็นต้องผ่านขั้นตอน e-KYC ให้สำเร็จ หากต้องการเริ่มใช้สิทธิงวดแรกตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ควบคุมเวลาและดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2569
  • กลุ่มที่ 3 ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์และยื่นอุทธรณ์: ผู้ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติแต่ได้ยื่นคำขอทบทวนสิทธิไปแล้วภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 หากตรวจสอบแล้วพบว่ายังมีข้อมูลที่ต้องแก้ไข หรือมีเอกสารหลักฐานที่ต้องส่งเพิ่มเติม สามารถติดต่อประสานงานกับหน่วยงานเจ้าของข้อมูล หรือศูนย์ประสานงาน One Stop Service (OSS) ระดับอำเภอหรือระดับเขตได้จนถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 ก่อนที่กระทรวงการคลังจะทำการประมวลผลและประกาศผลการทบทวนสิทธิอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 กันยายน 2569

ช่องทางการยืนยันตัวตน e-KYC และข้อควรระวังในการตรวจสอบ

สำหรับการยืนยันตัวตนของผู้ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายใหม่ สามารถเลือกดำเนินการได้ตามความสะดวกผ่าน 2 ช่องทางหลัก ช่องทางแรกคือการทำรายการด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง และช่องทางที่สองคือการเดินทางไปติดต่อที่หน่วยรับลงทะเบียนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารออมสิน, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

ในกรณีที่ผู้ผ่านเกณฑ์เป็นผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้พิการที่ไม่สามารถเดินทางไปดำเนินการด้วยตนเองได้ ภาครัฐเปิดโอกาสให้สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทนได้ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และแบบฟอร์มเอกสารที่โครงการกำหนดไว้ เพื่อไม่ให้เกิดอุปสรรคในการเข้าถึงสิทธิสวัสดิการ

นอกจากนี้ ประชาชนควรให้ความสำคัญกับการตรวจสอบผลลัพธ์หลังการยืนยันตัวตนอย่างละเอียด โดยมีข้อปฏิบัติดังนี้

  • การยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง: ผู้ใช้งานต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าสถานะในแอปพลิเคชันปรากฏเครื่องหมายถูกสีเขียวครบทั้ง 3 จุด จึงจะถือว่าขั้นตอน e-KYC เสร็จสมบูรณ์
  • การยืนยันตัวตนผ่านสาขาธนาคาร: ควรตรวจสอบเอกสารหลักฐานหรือใบยืนยันรายการให้แน่ใจว่าระบบบันทึกผลสำเร็จเรียบร้อยแล้ว
  • กรณีระบบแสดงผลไม่สำเร็จ: ให้รีบตรวจสอบสาเหตุของข้อผิดพลาดกับเจ้าหน้าที่หรือระบบ แล้วดำเนินการแก้ไขเพื่อยืนยันตัวตนใหม่โดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เสียสิทธิในการรับเงินสวัสดิการงวดแรก

ทำความเข้าใจเส้นตาย 30 ก.ย. และกำหนดการปิดระบบของแต่ละช่องทาง

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวย้ำเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนว่า วันที่ 30 กันยายน 2569 เป็นเพียงกำหนดเวลาตัดรอบสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มใช้สิทธิสวัสดิการในรอบแรกตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เท่านั้น ไม่ใช่วันปิดรับการยืนยันตัวตนในทุกช่องทางแต่อย่างใด เนื่องจากระบบยังคงเปิดรับการยืนยันตัวตนตามเงื่อนไขของแต่ละหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง

สำหรับกำหนดเวลาสิ้นสุดการให้บริการยืนยันตัวตนของแต่ละช่องทาง มีรายละเอียดดังนี้

  • ธนาคารกรุงไทย และแอปพลิเคชันเป๋าตัง: ยังคงเปิดระบบให้ประชาชนสามารถเข้าไปยืนยันตัวตนได้ยาวนานจนถึงวันที่ 12 มกราคม 2570
  • ธนาคารออมสิน, ธ.ก.ส., ธอส. และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย: จะเปิดให้บริการยืนยันตัวตนจนถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2569

อย่างไรก็ดี ผู้ที่มายืนยันตัวตนหลังจากวันที่ 30 กันยายน 2569 จะได้รับสิทธิสวัสดิการตามเงื่อนไขและรอบเวลาที่โครงการกำหนดไว้ ซึ่งอาจทำให้การเริ่มใช้สิทธิล่าช้าออกไปตามรอบการประมวลผลของภาครัฐ

ช่องทางการตรวจสอบสิทธิและติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะคุณสมบัติ ติดตามความคืบหน้า และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยตรงผ่านเว็บไซต์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดผ่านช่องทางโทรศัพท์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

  • ระบบยืนยันการลงทะเบียน: สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง โทรศัพท์ 0 2126 5900 ต่อ 30353–30355
  • งานทะเบียนราษฎรและบัตรประชาชน: สายด่วนกระทรวงมหาดไทย โทรศัพท์ 1548
  • ข้อมูลสิทธิประโยชน์และสถานะบัตร: ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โทรศัพท์ 0 2109 2345

Share this content:

เกี่ยวกับผู้เขียน

ปกติเป็นคน introvert แต่จะ Extrovert เมื่ออยู่กับเพื่อนในวงเล่า มีจิตนาการสูง ภูมิต้านทานต่ำ

Previous post

รัฐบาลผลักดันโครงการโซลาร์เซลล์ 5kW หนุนเงินช่วย 5 หมื่น สินเชื่อออมสิน 9 หมื่น พร้อมรับซื้อไฟคืนหักค่างวด

Next post

ด่วน! เพลิงไหม้ห้องเธียเตอร์ อาคาร 38 มรภ.สุรินทร์ จนท.ระดมรถดับเพลิงคุมได้แล้ว ไร้คนเจ็บ

You May Have Missed