ไทยช่วยไทยพลัส งวดสุดท้าย ก.ย. 69 แนะวิธีเติมเงิน 667 บาท ใช้สิทธิรัฐ 1,000 บาทให้หมดเกลี้ยง

ไทยช่วยไทยพลัส งวดสุดท้าย ก.ย. 69 แนะวิธีเติมเงิน 667 บาท ใช้สิทธิรัฐ 1,000 บาทให้หมดเกลี้ยง

ไทยช่วยไทยพลัส งวดสุดท้าย ก.ย. 69 แนะวิธีเติมเงิน 667 บาท ใช้สิทธิรัฐ 1,000 บาทให้หมดเกลี้ยง

โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ดำเนินการมาถึงงวดสุดท้ายประจำเดือนกันยายน 2569 ซึ่งเป็นเดือนสิ้นสุดมาตรการ โดยภาครัฐได้ทำการโอนเงินสนับสนุนเข้าสู่ระบบให้แก่ผู้ได้รับสิทธิรายเดิม วงเงินคนละ 1,000 บาท ทั้งผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยผู้มีสิทธิทุกคนสามารถใช้จ่ายได้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 นี้เท่านั้น เพื่อให้การใช้จ่ายเป็นไปอย่างคุ้มค่าและไม่เสียสิทธิ ประชาชนจึงควรวางแผนการเติมเงินเข้าสู่ระบบให้สอดคล้องกับสัดส่วนการร่วมจ่ายของรัฐอย่างถูกต้อง

โครงสร้างสิทธิและการแบ่งจ่ายงวดสุดท้าย 1,000 บาท

ตามแนวทางการดำเนินงานของโครงการไทยช่วยไทยพลัส รัฐบาลได้กำหนดกรอบวงเงินสิทธิช่วยเหลือรวมตลอดทั้งโครงการไว้ที่คนละ 4,000 บาท โดยจัดสรรแบ่งจ่ายเป็นรายเดือนต่อเนื่องรวมทั้งสิ้น 4 เดือน เดือนละ 1,000 บาท ซึ่งในเดือนกันยายน 2569 นี้ ถือเป็นงวดที่ 4 และเป็นงวดสุดท้ายของโครงการ

สำหรับเงื่อนไขการใช้จ่ายรายวัน รัฐบาลได้กำหนดเพดานการใช้สิทธิไว้สูงสุดไม่เกินวันละ 200 บาทต่อคน โดยกลไกการร่วมจ่ายตามมาตรการ 60/40 มีรายละเอียดการคำนวณที่ชัดเจน ดังนี้

  • กรณีมียอดซื้อสินค้า 100 บาท: รัฐบาลจะร่วมจ่ายในอัตรา 60% คิดเป็นเงิน 60 บาท และประชาชนเป็นผู้จ่ายเองในอัตรา 40% คิดเป็นเงิน 40 บาท
  • กรณีมียอดซื้อสินค้าเต็มเพดานรายวัน 200 บาท: รัฐบาลจะร่วมจ่าย 60% คิดเป็นเงิน 120 บาท และประชาชนร่วมจ่าย 40% คิดเป็นเงิน 80 บาท

ด้วยหลักเกณฑ์ดังกล่าว การใช้สิทธิในแต่ละวันจึงขึ้นอยู่กับยอดการซื้อสินค้าจริงของประชาชน โดยระบบจะหักเงินสนับสนุนจากภาครัฐควบคู่ไปกับเงินที่ประชาชนเติมเข้าสู่ระบบตามสัดส่วนที่กำหนดไว้

วิธีคำนวณเติมเงิน 667 บาท ให้พอดีเงินรัฐ 1,000 บาท

เนื่องจากวงเงินช่วยเหลือของภาครัฐในงวดเดือนกันยายนนี้มีจำนวน 1,000 บาทพอดี หากผู้ใช้สิทธิต้องการใช้ประโยชน์จากวงเงินอุดหนุนของรัฐให้ครบถ้วน 100% โดยไม่ให้มีเงินส่วนตัวเหลือค้างอยู่ในบัญชีโครงการ สามารถคำนวณสัดส่วนการเติมเงินได้ตามสูตรการร่วมจ่าย 60/40

เมื่อรัฐบาลเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ 60% เป็นจำนวน 1,000 บาท หมายความว่าประชาชนจะต้องร่วมจ่ายในส่วนของตนเองอีก 40% ซึ่งคำนวณออกมาเป็นจำนวนเงิน 666.67 บาท หรือปัดเศษเป็น 667 บาทตลอดทั้งเดือน เมื่อนำวงเงินสนับสนุนจากรัฐ 1,000 บาท มารวมกับเงินที่ประชาชนร่วมจ่ายราว 667 บาท ประชาชนจะมีกำลังการใช้จ่ายในการซื้อสินค้าและบริการรวมทั้งสิ้นประมาณ 1,667 บาท

การเติมเงินในจำนวนที่พอดีนี้ จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถบริหารจัดการงบประมาณในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการมีเงินส่วนเกินตกค้างอยู่ในระบบบัญชีหลังจากสิ้นสุดระยะเวลาโครงการ

ช่องทางและกำหนดเวลาการใช้สิทธิก่อนปิดโครงการ

การใช้สิทธิในโครงการไทยช่วยไทยพลัส สามารถดำเนินการได้ผ่าน 2 ช่องทางหลัก โดยมีกรอบระยะเวลาและช่วงเวลาในการเปิดให้บริการของระบบที่แตกต่างกัน ซึ่งประชาชนจำเป็นต้องตรวจสอบเพื่อความถูกต้องในการทำธุรกรรม:

  • การใช้สิทธิ ณ ร้านค้าที่ร่วมโครงการ: ประชาชนสามารถใช้จ่ายด้วยการสแกนผ่านช่องทาง G Wallet ในแอปพลิเคชันเป๋าตัง ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ระหว่างเวลา 06:00 น. ถึง 23:00 น. ของทุกวัน
  • การใช้สิทธิผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี: สำหรับการสั่งซื้ออาหารผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่เข้าร่วมโครงการ และชำระเงินผ่าน G Wallet ในแอปพลิเคชันเป๋าตัง สามารถใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ระหว่างเวลา 06:00 น. ถึง 21:00 น.

ทั้งนี้ ผู้ถือสิทธิผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม ควรเร่งบริหารจัดการยอดการใช้จ่ายให้สอดคล้องกับกำหนดการ เนื่องจากสิทธิประโยชน์ทั้งหมดจะสิ้นสุดลงพร้อมกันในวันที่ 30 กันยายน 2569 นี้

Share this content:

เกี่ยวกับผู้เขียน

ปกติเป็นคน introvert แต่จะ Extrovert เมื่ออยู่กับเพื่อนในวงเล่า มีจิตนาการสูง ภูมิต้านทานต่ำ

Previous post

ฮือฮาภาพงูขนาดใหญ่เลื้อยขวางถนนกลางป่าวัดเขาศาลา ต.จรัส อ.บัวเชด สุรินทร์108 ย้ำยังไม่ฟันธงชนิด-ขนาด

Next post

สภาผู้บริโภคชง อบจ.สุรินทร์ นำร่อง EV Bus 3 เส้นทาง หลังพบคนพึ่งรถส่วนตัว 68.5% เหตุขนส่งเดิมล่าช้า

You May Have Missed