ปทส. บุกค้นแหล่งผลิตซอกันตรึม อ.ปราสาท ยึดซากงูหลาม-สัตว์ป่าคุ้มครอง น้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์ วอนหาจุดสมดุล

ปทส. บุกค้นแหล่งผลิตซอกันตรึม อ.ปราสาท ยึดซากงูหลาม-สัตว์ป่าคุ้มครอง น้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์ วอนหาจุดสมดุล

ปทส. บุกค้นแหล่งผลิตซอกันตรึม อ.ปราสาท ยึดซากงูหลาม-สัตว์ป่าคุ้มครอง น้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์ วอนหาจุดสมดุล

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และข้อถกเถียงอย่างกว้างขวางในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจค้นแหล่งผลิตเครื่องดนตรีพื้นบ้าน ทั้งซอกันตรึมและกลองกันตรึม ในพื้นที่อำเภอปราสาท พร้อมตรวจยึดซากงูหลาม ตะกวด และเหี้ย ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองหลายรายการ ส่งผลให้ศิลปินพื้นบ้านชื่อดังอย่าง “น้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์” ออกมาระบุว่ารู้สึกช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมวิงวอนทุกภาคส่วนร่วมกันหาทางออกที่สมดุลระหว่างการบังคับใช้กฎหมายและการสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรม

ปทส. บุกค้นบ้านช่างเครื่องดนตรี อ.ปราสาท ยึดซากงูหลาม 24 ซาก

เหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ ปทส. ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลกังแอน อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเปิดเป็นสถานที่ประกอบอาชีพทำเครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสานใต้ โดยเฉพาะซอกันตรึมและกลองกันตรึม อันเป็นเครื่องดนตรีเอกลักษณ์ชิ้นสำคัญของท้องถิ่น

จากการตรวจค้นอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบและทำการตรวจยึดของกลางประกอบด้วย ซากงูหลามจำนวน 24 ซาก รวมถึงซากตะกวด ซากเหี้ย ตลอดจนผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปทำจากซากสัตว์ป่าคุ้มครองอีกหลายรายการ โดยทางเจ้าหน้าที่ระบุว่า วัสดุบางประเภทที่นำมาใช้ประกอบการผลิตเครื่องดนตรีนั้นเข้าข่ายเป็นซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ซึ่งการมีไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจเข้าข่ายการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ทั้งนี้ ขั้นตอนต่อไปขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน การตรวจสอบที่มาของซากสัตว์ การครอบครอง และเจตนาในการนำมาใช้ประโยชน์ตามกระบวนการยุติธรรม

ถกสนั่นเมืองช้าง ปมภูมิปัญญากับข้อกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่า

ภายหลังข่าวดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ออกไปเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ได้จุดชนวนให้เกิดกระแสการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหมู่ชาวสุรินทร์และผู้ติดตามข่าวสารอย่างหนัก โดยแบ่งมุมมองออกเป็นสองด้านหลัก:

  • มุมมองด้านมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่น: ประชาชนจำนวนไม่น้อยตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของการบังคับใช้กฎหมายกับช่างทำเครื่องดนตรีพื้นบ้าน เนื่องจากมองว่าการนำหนังสัตว์มาขึงเป็นส่วนประกอบของซอกันตรึมและกลองกันตรึม เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ถ่ายทอดและสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ซึ่งผูกพันอย่างแนบแน่นกับการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมกันตรึม อันเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดสุรินทร์และภูมิภาคอีสานใต้
  • มุมมองด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย: อีกด้านหนึ่งเห็นพ้องว่า การอนุรักษ์วัฒนธรรมต้องดำเนินควบคู่ไปกับการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะกรณีของวัสดุที่มาจากสัตว์ป่าคุ้มครอง ซึ่งมีบทบัญญัติทางกฎหมายระบุเงื่อนไขการครอบครองและการนำมาใช้ประโยชน์ไว้อย่างชัดเจนเพื่อป้องกันผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ

ประเด็นนี้จึงกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของสังคมที่กำลังจับตามองว่า จะมีแนวทางใดที่สามารถบังคับใช้กฎหมายเพื่อปกป้องและคุ้มครองสัตว์ป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ทำลายองค์ความรู้ ช่างฝีมือ และการอนุรักษ์ภูมิปัญญาดั้งเดิมของท้องถิ่นให้ต้องสูญสิ้นไป

“น้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์” ช็อก วอนภาครัฐเร่งหาจุดสมดุลร่วมกัน

ด้านความเคลื่อนไหวของแวดวงศิลปินพื้นบ้าน “น้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์” หรือ สำรวม ดีสม ศิลปินพื้นบ้านกันตรึมชื่อดังของดินแดนอีสานใต้ ได้ออกมาเปิดเผยความรู้สึกต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ตนเองรู้สึกตกใจและช็อกเป็นอย่างมาก เนื่องจากเครื่องดนตรีกันตรึมเป็นงานศิลปะพื้นบ้านที่มีรากเหง้าผูกพันกับวิถีชีวิตและจิตวิญญาณของคนอีสานใต้มายาวนาน เมื่อเกิดการจับกุมเครื่องดนตรีและงานศิลปะพื้นบ้านเช่นนี้ จึงอยากให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยกันพิจารณาอย่างรอบคอบ

“อยากให้หลายๆ ฝ่ายมาช่วยกันดูว่า อันไหนถูก อันไหนไม่ถูก แต่ก็ต้องควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สัตว์ป่าด้วย” ศิลปินกันตรึมชื่อดังระบุ พร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า การคุ้มครองสัตว์ป่าเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องช่วยกันสนับสนุน แต่ในเวลาเดียวกันก็อยากให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตระหนักถึงคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมควบคู่กัน

น้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์ ยังเน้นย้ำด้วยว่า ศิลปะกันตรึมถือเป็นอัตลักษณ์อันทรงคุณค่าที่ประเมินค่าไม่ได้ของพี่น้องชาวอีสานใต้ ซึ่งเชื่อมโยงผู้คนทั้งในจังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ และศรีสะเกษ เข้าไว้ด้วยกัน จึงอยากฝากถึงทุกภาคส่วนให้ร่วมกันหาทางออกที่เหมาะสมและสร้างความสมดุลอย่างแท้จริง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์กระทบกระเทือนในลักษณะนี้ขึ้นอีก อันอาจส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของช่างทำเครื่องดนตรี ครูเพลง ศิลปินพื้นบ้าน และการถ่ายทอดศิลปะกันตรึมสู่คนรุ่นหลังในอนาคต

Share this content:

เกี่ยวกับผู้เขียน

ปกติเป็นคน introvert แต่จะ Extrovert เมื่ออยู่กับเพื่อนในวงเล่า มีจิตนาการสูง ภูมิต้านทานต่ำ

Previous post

พลังคนรุ่นใหม่เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ ชวนเด็กกาบเชิงเรียนดนตรีสากลและกันตรึมพื้นบ้านฟรีทุกเสาร์ตลอดเดือนนี้

Next post

ชาวบ้านสุรินทร์วอนสอบ คลิปเสียงผู้นำชุมชนเรียก 500 บาทบวกผ้าไหม 1 ผืน แลกเดินเรื่องทำบัตรคนพิการ

You May Have Missed