มท.3 สั่งปรับปรุงศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพอีสานใต้ ฟื้นเรียนรู้การทอผ้าไหม

Spread the love
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

วันที่ 30 ก.ย. 63 เวลา 13.30 น.ที่ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพอีสานใต้ ถนนเลี่ยงเมือง ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุริทร์ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับการประสานงานจาก นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร ส.ส.จังหวัดสุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย ในการพัฒนาปรับปรุงศูนย์ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพอีสานใต้ เพื่อให้สามารถใช้เป็นสถานที่ในการเรียนรู้ด้านการเกษตร การผลิตและทอผ้าไหม การใช้สีย้อมไหม แบบธรรมชาติ ผ้าไหม ที่มีคุณภาพ พร้อมทั้ง เป็นตลาดในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์การเกษตร ของเกษตรกร โดยได้เดินทางมาเพื่อรับฟังข้อมูล แผนการปรับปรุงพัฒนาพื้นที่ จากหน่วยงานราชการ ทั้งจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ เจ้าหน้าที่มณฑลทหารบกที่ 25 จ.สุรินทร์ เจ้าหน้าที่โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นหน่วยงาน ที่จะต้องร่วมมือกันจัดสรรงบประมาณ ในการปรับปรุงพื้นที่ให้สวยงาม พร้อมทั้งอาคารที่ชำรุดทรุดโทรม ลงไปมาก จำเป็นต้องใช้งบประมาณ ในการซ่อมแซมอาคาร และปรับบริบทพื้นที่ ที่จะใช้ประโยชน์ ในด้านต่างๆ



นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย กล่าวภายหลังจากตรวจเยี่ยมพื้นที่ พร้อมรับฟังมูลจาก หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ว่าตนเองเห็นด้วยอย่างมากกับการปรับปรุงศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพอีสานใต้ ซึ่งทรุดโทรมลงไปมาก ให้สามารถกลับมาเป็นศูนย์ส่งเสริมอาชีพ ศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตร การทอผ้าไหม ซึ่งเป็นผ้าไหมที่มีคุณภาพ ซึ่งก่อหน้านี้หลายปีถูกทิ้งไปนาน ไม่มีการใช้งาน ไม่มีหน่วยงานมาปรับปรุง ซึ่งที่นี้ มีความพร้อม มีอาคาร มีโรงเรือน มีสถานที่ในการเรียนรู้ เหมาะสมมากกับการปรับปรุง ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทั้ง อบจ.สุรินทร์ เจ้าของพื้นที่ ทหารมณฑลทหารบก ที่ 25 และสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองสุรินทร์จะต้องร่วมมือกันทำงานประสานกัน เพื่อให้งานเดินหน้าไปด้วยความรวดเร็ว ซึ่งตนจะประสานกับผู้ว่าราชการท่านใหม่ที่เดินทางมารับตำแหน่ง ในเดือนตุลาคม นี้ ให้เร่งงานนี้เป็นงานแรกเลย เพราะจะเป็นประโยชน์ แก่พี่น้องประชาชนจังหวัดสุรินทร์ จะมีพื้นที่ในการจำหน่ายสินค้าเกษตร ผ้าไหม ข้าวสารหอมมะลิ และสิค้าอื่นๆอีกเป็นจำนวนมาก

สำหรับ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพอีสานใต้ ถนนเลี่ยงเมืองสุรินทร์ – ปราสาท ตำบลนอกเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์จังหวัดสุรินทร์ บ.ตะตึงไถง ม. 5 ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ มีเนื้อที่ 93 ไร่ โดยเมื่อ 30 พ.ค.2537 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งกับพลตรีสนั่น มะเริงสิทธิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ณ พระตำหนักจิตรดารโหฐาน และพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพในพื้นที่อีสานตอนล่าง ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพอีสานใต้ ได้จัดตั้งขึ้น ในปี พ.ศ. 2538 ณ บ.ตะตึงไถง ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ พิกัด UB 380405 บนเนื้อที่ 93 ไร่ เพื่อเป็นโครงการพระเกียรติคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองศิริราชสมบัติ ครบ 50 ปี ในปีพุทธศักราช 2539


กองกำลังสุรนารี และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 2 ส่วนแยก 2 ในระยะเริ่มแรกได้ประสานงานกับ จังหวัดสุรินทร์ ในการจัดตั้งองค์การบริหารโครงการจังหวัดสุรินทร์ จึงได้ประสานงาน กับ กระทรวงมหาดไทยเพื่อขอใช้พื้นที่จัดตั้งศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพโดยขอใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่าเปาะโปย มีเนื้อที่ 93 ไร่ 3 งาน ตั้งอยู่ที่ บ.ตะตึงไถง ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ใช้ชื่อว่า “ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพอีสานใต้ ” ครอบคลุมการดำเนินงานในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง ทั้ง 7 จังหวัด ได้แก่ สุรินทร์, บุรีรัมย์ , ศรีสะเกษ,อุบลราชธานี อำนาจเจริญ , ยโสธร และจังหวัดร้อยเอ็ด

โดยมี จังหวัดสุรินทร์เป็นหน่วยงานหลักในการจัดตั้งองค์การบริหารโครงการมีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานวิทยาลัยเขตสุรินทร์ เป็นหน่วยงานหลักในการอบรมวิชาชีพเกษตรกรรมทุกสาขา ศูนย์การศึกษาจังหวัดสุรินทร์ รับผิดชอบกิจกรรมพัฒนาเกี่ยวข้องตามหน้าที่ปกติและกรมพัฒนาฝีมือแรงงานรับผิดชอบกิจกรรมวิชาชีพโดยมุ่งเน้นการพัฒนาการฝึกบุคคลากรให้กับราษฎรในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่างให้สามารถประกอบอาชีพตามแต่ละสาขาที่จัดฝึกอบรมขึ้น



พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชดำริกับ พล ท.สนั่น มะเริงสิทธิ์ แม่ทัพน้อยที่ 2 ให้พิจารณาจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพขึ้นที่จังหวัดสุรินทร์ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง แทนการดำเนินการในลักษณะศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริเนื่องจากอาจจะเป็นการทำงานซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น ซึ่งทำให้ไม่ได้รับความร่วมมือ และจะต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นโครงการพระราชดำริในการให้ความช่วยเหลือราษฎรผู้ยากไร้ให้มีรายได้ มีอาชีพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยจะทำการฝึกอาชีพให้กับราษฎรและเป็นแหล่งรวมศิลปาชีพทางอีสานใต้ เป็นสถานจัดแสดงผลิตภัณฑ์งานฝีมือการแสดงศิลปะวัฒนธรรม การแข่งขันงานฝีมือ และประกอบพิธีการต่างๆ ของหน่วยงานราชการ