ด่วน!จับแล้วหัวโจกแก๊งยี่ปั๊ว ตุ๋นซื้อลอตเตอรี่สูญ700ล.

Spread the love
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ปิดจ๊อบแก๊งตุ๋นลงทุนลอตเตอรี่เมืองช้าง สูญ 700 ล้านบาท หลังตำรวจกองปราบ จับกุมหัวหน้าแก๊งกับพวกที่เหลือ 2 คนสุดท้ายได้ ขณะกบดานเมืองลิง อยู่ระหว่างหิ้วตัวเข้ากรุงเทพฯดำเนินคดี 

สุรินทร์ ตำรวจรวบหัวหน้าแก๊งตุ๋น ลอตเตอรี่เมืองช้าง เสียหายหลายร้อยล้านบาท ได้แล้ว ขณะที่ผู้เสียหายระดมเงินสามแสนเป็นรางวัลนำจับให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจตามที่ได้ประกาศไว้ สภ.รัตนบุรี อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรลพบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนบุรี

ทำการจับกุมตัว นายทศพร จิตรแม้น ชาวจังหวัดร้อยเอ็ด และนายยุทธนา ทองคำ ชาวจังหวัดสุรินทร์ สองยี่ปั๊วผู้ต้องหาที่หลบหนีหลังก่อเหตุฉ้อโกงประชาชนใน จ.สุรินทร์ ด้วยการหลอกขายล๊อตเตอรี่ ก่อนเชิดเงินไปกว่า 400 ล้านบาท ตามที่เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่อง

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ไปจับกุมตัวได้ที่ บ้านพักแห่งหนึ่งใน อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี พร้อมพบเงินสด จำนวน 769,000 บาท สร้อยคอคล้ายทองคำหนัก 3 บาท แหวนทองคำ 2 วง และพระเครื่อง 5 องค์ พร้อมทั้งได้นำตัว สองหัวหน้าแก๊งตุ๋นล๊อตเตอรี่ มาสอบปากคำเพิ่มเติมและดำเนินคดี ที่สภ.รัตนบุรี อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์

เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าชักชวนมาลุงทุนจริง แต่จำนวนเงินความจริงเสียไม่ถึง 400 ล้านบาทตามที่เป็นข่าว

ขณะที่ชาวบ้านผู้เสียหายกว่าจำนวนมากที่ ทราบข่าวว่าตำรวจกองปราบปรามจับสองยี่ปั๊วแสบได้ ต่างดีใจเหยื่อแก๊งตุ๋นลอตเตอรี่ ได้ช่วย ระดมเงิน 300,000 บาทเป็นรางวัลนำจับ หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม รวบตัว หัวหน้าแก๊ง มาได้

นายประกาศิต แสนดี หนึ่งในผู้เสียหายได้ทำหน้าที่รวบรวมเงินจากสมาชิกเหยื่อผู้ถูกนายทศพร จิตรแม้น และนายยุทธนา ทองคำ หลอกลวงตุ๋นเงินลงทุน จนพากันสูญเงินคนละหลายล้านบาทขณะนายกว้าง นามพิชัย อายุ 65 ปี ซึ่งเป็นลุงของนายยุทธนา ทองคำ หนึ่งในแก๊งตุ๋นล๊อตเตอรี่กล่าวว่าตนเองดีใจมากที่เห็นหลานตนเองขายรอดมีชีวิตมาได้ และเชื่อว่าหลานโดน นายทศพร จิตรแม้น หลอกไป ให้ทำการโกงชาวบ้านด้านนายสามิตร สิ่วสงวน (เฮียระเบียบ) ผู้เสียหายที่สูญเงินกว่า 20 ล้าน กล่าวว่า ตนเองต้องยอมลงทุนหมดเงินหลายหมื่นเพื่อร้องทุกข์ต่อกองปราบปราม เพื่้อตามตัว นายทศพร และนายยุทธนา มาลงโทษตามกฎหมาย และขอเงินคืนและร้องคัดค้านการประกันตัวเกรงว่าถ้าผู้ต้องหาได้ประกันตัวออกไปจะไปข่มขู่คุกคามชาวบ้านผู้เสียหายได้

ขณะที่นางสุกัญญา สาแก้ว อายุ 48 ปี บ้านเลขที่ 6/1 ม.11 ต.ธาตุ อ.รัตนบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนเองนอกจากจะร่วมกับญาติขายที่ดินที่นามาลงทุน สูญเงินกว่า 10 ล้านยังไม่พอ ตนยังเป็นผู้ใช้ชื่อเช่าบ้านเลขที่ 352 ม.12 บ้านดอนแก้ว ต.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นบ้านที่นายทศพร จิตรแม้น หัวหน้าแก๊ง กับพวกได้มาขอเช่าเพื่อเป็นที่พัก หลังจาก จนท.ตร.ได้บุกยึดทรัพย์ภายในบ้านไปแล้ว ตนเองได้ถูกเจ้าของบ้านมาทวงถามค่าเช่าบ้านตลอดมา ทำให้สุขภาพจิต ร่างกาย จิตใจถูกทำร้ายเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงอีกขั้น ตนไม่รู้จะทำอย่างไรได้ ไม่มีที่พึ่ง ตอนนี้หลั่งน้ำตาทุบกระปุกออมสินที่สะสมเงินเหรียญบาทไว้เป็นทุนการเรียนของลูก ไปเป็นค่าเช่าบ้านให้เขาแล้ว มันยิ่งเพิ่มความลำบากไปมากกว่าเดิม อยากฝากถึง จนท.ตร.อยากให้ไปยึดแอร์ จำนวน 2 ตัวที่นายทศพร ติดไว้ที่บ้านเช่าหลังดังกล่าวมาด้วยจะได้เป็นส่วนหนึ่งของทรัพย์สินของกลางได้